overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 2 of 2
  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    23 Jul 2007

    Default AISดึงทีโอทีร่วมวง3G ชงถือหุ้นบวกกำไร15%

    เอไอเอสเสนอแผนร่วมทุนให้ทีโอที ทันทีที่ได้ใบอนุญาต 3G 'วิเชียร' ชี้ผ่าทางตันปัญหาสัมปทาน 2G เดิม และสร้างพลังให้ 3G ใหม่ เปิดทางให้ทีโอทีถือหุ้นสุงสุด 30% ด้วยแนวคิดแปรสัญญาสัมปทาน แปลงโครงข่ายให้เป็นหุ้น พร้อมผลประโยชน์สุงสุด 15% จากรายได้ ย้ำมีเวลา 2 ปีดำเนินการก่อนสัมปทานหมดอายุปี 2015

    นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอสกล่าวว่าทันทีที่เอไอเอสได้ใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เอไอเอสจะทำเรื่องเสนอไปยังบริษัท ทีโอที เพื่อเสนอแผนการร่วมทุนหรือการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างเอไอเอสกับทีโอที

    'แนวคิดผมคือเปลี่ยนโครงข่ายให้เป็นหุ้น โดยให้ทีโอทีเข้ามาถือหุ้นในเอไอเอส ได้สูงสุดถึง 30% เพียงแต่สิทธิขาดในการบริหารยังต้องเป็นของเอไอเอส'

    แผนการเป็นพาร์ตเนอร์ดังกล่าวเกิดภายใต้ยุทธศาสตร์ win-win หรือมีแต่ผู้ชนะ โดยที่เอไอเอสเห็นว่าสัญญาสัมปทาน 2G เดิมจะหมดอายุในปี 2015 หรืออีกประมาณ 5 ปี โครงข่ายที่เอไอเอสลงทุนไปทั้งหมดนับจนถึงปัจจุบันมีค่าหลายหมื่นล้านบาทหรืออาจถึงแสนล้านบาทและเอไอเอสยังมีความต้องการใช้โครงข่าย 2G ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

    การเป็นพาร์ตเนอร์โดยทีโอทีเข้ามาถือหุ้นเอไอเอสจะทำให้ได้ประโยชน์คือ 1.ทีโอทีไม่ต้องกังวลเรื่องการถ่ายโอนลูกค้าจาก 2G เดิมไปยัง 3G ใหม่ เพราะทีโอทียังได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งรายได้ของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นลูกค้า 2G หรือ 3G 2.เอไอเอสพร้อมเสนอผลประโยชน์ให้ทีโอทีได้มากกว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียให้กทช.คือ 6.5% โดยเอไอเอสสามารถบวกเพิ่มให้อีก 5% หรือให้ได้เต็มที่ถึง 15% 3.ทำให้การลงทุนโครงข่าย 3G ของทีโอทีมีทางเลือกและมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เพราะทีโอทีกับเอไอเอส สามารถกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันได้ว่าใครจะลงทุน 3G ในพื้นที่ไหน ทำให้มีความได้เปรียบกว่าผู้ให้บริการหรือผู้ได้รับใบอนุญาตรายอื่น 4.เป็นทางรอดให้ทีโอทีในระยะยาว ว่าไม่ต้องกังวลกับรายได้จากสัมปทานของเอไอเอสที่จะหายไปหลังหมดอายุสัมปทานในปี 2015 แต่ทีโอทีจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นในเอไอเอส 30% ซึ่งทำให้ทีโอทีจะได้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้น ผลประโยชน์จากส่วนแบ่งรายได้สูงสุดไม่เกิน 15% ซึ่งถึงแม้ไม่สูงเท่าส่วนแบ่งรายได้จากสัมปทาน 2G ในปัจจุบัน แต่ทีโอทีจะมีรายได้ระยะยาวตราบเท่าที่ถือหุ้นในเอไอเอส และ5.การถือหุ้นในเอไอเอสจะทำให้เกิดพลังผนึกหรือ synergy ระหว่างสินค้าและบริการรวมทั้งฐานลูกค้าทั้ง 2 บริษัท

    'ผมให้เวลา 2 ปีสำหรับแผนร่วมทุนครั้งนี้ในการดำเนินการ เพราะหากนานกว่านั้นจะทำให้โครงข่าย 2G เดิมก็จะเริ่มไม่มีความหมายแล้วเพราะเอไอเอสจะทุ่มทุกอย่างลงบนโครงข่าย 3G ใหม่ '

    เขาย้ำว่าแผนการร่วมทุนดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการพูดกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ช่วงเวลานี้เหมาะสมที่สุดที่จะตัดสินใจ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรเพราะต้องผ่านการพิจารณาจากกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรี แต่เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นทางแก้ปัญหาสิ่งที่คาราคาซังกันอยู่โดยเฉพาะเรื่องสัญญาสัมปทาน และยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทีโอทีในการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์มือถือด้วย

    'ทั้งหมดเป็นแนวคิด แต่ผมว่าถึงเวลาแล้ว ส่วนเรื่องการตีราคาต่างๆ ก็ให้บริษัทที่ปรึกษาการเงิน ซึ่งเป็นคนกลางเข้ามาตีราคา ในฐานะผู้บริหารเอไอเอสผมต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้นเห็นว่าหลังหมดสัมปทานในปี 2015 แล้วเอไอเอสก็ยังอยู่ในธุรกิจในฐานะผู้นำ ส่วนด้านทีโอที ถ้ายังคิดกอดสัญญาสัมปทานไปโดยไม่มีแผนรองรับไว้ล่วงหน้าก็น่าเป็นห่วงมาก หากนำผลประโยชน์ขึ้นชั่งกันระหว่างสัมปทานอีกประมาณ 5 ปีกับการเปลี่ยนเป็นหุ้นในเอไอเอสแล้วมีผลประโยชน์ระยะยาว ก็น่าจะตัดสินใจได้ไม่ลำบากนัก'

    นายวิเชียรกล่าวถึงการประมูล 3G ของกทช.ว่าเอไอเอสพร้อมสู้ราคาไม่ว่าจะเป็นความถี่ 15 เมกะเฮิรตซ์หรือ 10 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีตัวเลขอยู่ในใจแล้วว่าสามารถสู้ราคาได้กี่เท่าของราคากลาง โดยที่หากได้รับใบอนุญาตเมื่อไหร่ก็พร้อมสั่งของและติดตั้งโครงข่ายที่จะสามารถให้บริการได้เร็วที่สุดภายในเวลาเพียง 3-4 เดือน

    ทั้งนี้ แนวคิดแปลงโครงข่ายเป็นหุ้นของเอไอเอส ดูสมเหตุสมผลหากพิจารณาประกอบกับรายงานที่ทีโอทีเสนอครม.เศรษฐกิจถึงการประมูล 3G ของกทช.ที่จะส่งผลกระทบต่อสัญญาสัมปทาน 2G ปัจจุบันของทีโอทีคือ1.อาจมีการโอนลูกค้า 2G ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม ไปโครงข่ายใหม่ 3Gในกรณีผู้รับสัมปทานเดิมของทีโอทีได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่และใบอนุญาต 3G จาก กทช. เนื่องจากประเมินว่าภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับใบอนุญาตใหม่จะน้อยกว่าส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละปีที่จะต้องจ่ายให้ทีโอที ตามสัญญาสัมปทานเดิมกล่าวคือคาดว่าการจ่ายค่าใบอนุญาตใหม่ประมาณปีละ 6.5% ของรายได้ (มาจากค่าใบอนุญาต 2.5% และค่า Universal Service Obligation Fund 4%) เปรียบเทียบกับการจ่ายเป็นค่าส่วนแบ่งรายได้ 20% ถึง 30%

    2.ตลาดโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมี Penetration Rate เกือบ 100% แล้ว และมีต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ (Subscriber Acquisition Cost) ที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นวิธีการการหาลูกค้าที่ดีที่สุด คือการโอนลูกค้า 2G ที่เอกชนดูแลอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิมไป โครงข่าย 3Gผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการโอนลูกค้าดังกล่าว ทำให้ส่วนแบ่งรายได้ของทีโอทีลดลงและท้ายที่สุดจะทำให้ภาครัฐได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของทีโอทีในรูปของภาษีเงินได้และเงินปันผลลดลงตามไปด้วย (ปี 2551ทีโอที จ่ายภาษีเงินได้ 2,600 ล้านบาท เงินปันผล 5,500 ล้านบาท)

    3.การนำทรัพย์สินของรัฐไปใช้ประโยชน์บนโครงข่าย 3G สัญญาสัมปทานในรูปแบบ BTO (Build Transfer Operate) คือ การสร้างและโอนให้รัฐ และให้เอกชนผู้รับสัมปทานมีสิทธิในการใช้ทรัพย์สินและสิทธิในการบริหารจัดการ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการนำอุปกรณ์ระบบ 3G มาติดตั้งเพิ่มเติมบนทรัพย์สินของโครงข่าย 2G เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ฉะนั้นมาตรการกำกับดูแล การควบคุมและการตรวจสอบจะซับซ้อนยิ่งขึ้น อาจมีข้อพิพาท และในที่สุดเพิ่มต้นทุนด้านการดำเนินงาน แก่ ทีโอที

    ข่าว : CyberBiz

  2. #2
    OverclockZone Member
    Join Date
    26 Aug 2009
    Location
    ประเทศไทย

    Default

    TOT ควรจะปรับปรุง ADSL ในประเทศก่อนนะ เพราะห่วยมาก บ้านเราเสียเงิน 570 ได้ เล่น 1m ที่ไม่ได้ 3 เมก เพราะสัญญานไม่ถึง 3เมก เสียแค่ 590 มาคิดส่วนต่างแค่ 20 บ้าป่าววะเสียอารมณ์


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •