overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 13 of 13
  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    18 Sep 2009

    Default สอนดูการ์ดจอหน่อยครับ

    เวลาดูการ์ดจอว่าแรงไม่แรงเขาดูกันที่ตรงไหนครับช่วยบอกด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

  2. #2
    OverclockZone Member kgb99's Avatar
    Join Date
    17 Jul 2007
    Location
    พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ

    Default

    รุ่นเดียวกัน ต่างยี่ห้อ ดูความเร็ว core speed / mem ถ้าตัวไหนเยอะกว่าก็เร็วกว่า

    คนละรุ่นกัน ก็ดู core/mem ชนิดของแรม ddr2-ddr5 ถ้าตัวไหนเยอะกว่าก็เร็วกว่า

    แล้วก็หา่รีวิวผลเทสต่างๆ มาเทียบกันดู

  3. #3
    OverclockZone Member
    Join Date
    18 Sep 2009

    Default

    ขอบคุณครับ

  4. #4
    OverclockZone Member HERO-NUT's Avatar
    Join Date
    5 Oct 2008
    Location
    SINGBURI , Chachoengsao

    Default

    เวลาดูการ์ดจอว่าแรงไม่แรงเขาดูกันที่ตรงไหนครับช่วยบอกด้วยครับ

    ขอบคุณครับ
    ผลเทส

  5. #5
    OverclockZone Member kob_ob_ob's Avatar
    Join Date
    3 Sep 2009

    Default

    ขอสงสัยด้วยคนนะคับ
    แล้วตรง shader นี่มันคืออะไรอ่ะคับ
    สำคัญหรือมีผลกับภาพยังไงเหรอคับ

  6. #6
    OverclockZone Member HERO-NUT's Avatar
    Join Date
    5 Oct 2008
    Location
    SINGBURI , Chachoengsao

    Default

    ขอสงสัยด้วยคนนะคับ
    แล้วตรง shader นี่มันคืออะไรอ่ะคับ
    สำคัญหรือมีผลกับภาพยังไงเหรอคับ
    Vertex Shader Processor คืออะไรขอท้าวความกันสักนิดกับคำว่า Vertex คืออะไร โดยทั่วไปแล้วในเกมสามมิตินั้น ในฉากแต่ละฉากที่ประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ก้อนหิน หรืออะไรทุกๆอย่างที่ปรากฎอยู่ภายในฉาก จะเกิดขึ้นจากถาพสามเหลี่ยมหลายๆภาพมารวมกันเป็นพื้นผิว และคำว่า Vertex ก็คือจุดยอดของสามเหลี่ยมแต่ละชิ้นนั่นเอง และจุดหลายๆจุดเหล่านี้เองที่เป็นข้อมูลสำคัญให้กับคอมพิวเตอร์ โดยที่ในจุดแต่ละจุดนั้นจะมีข้อมูลของตัวเองในลักษณะตำแหน่งของตัวเอง คือจะมีข้อมูลในรูปของแนวแกน คือ X , Y , Z และ W นอกจากข้อมูลทางด้านตำแหน่งของตัวเองแล้วยังจะประกอบไปด้วยข้อมูลของสีไปอีกด้วย เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราทราบได้ว่าในแต่ละตำแหน่งของจุดนั้นประกอบไปด้วยสีอะไรบ้าง โดยที่ข้อมูลของสีนั้นก็จะถูกเก็บไว้ในรูปของ RGBA ( R= Red , G = Green , B = Blue , A = Alpha ) นอกจากข้อมูลเหล่านี้แล้วนั้น ยังจะต้องมีข้อมูลทางด้าน Texture หรือข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวของแต่ละ Vertex อีกด้วยเพื่อให้ภาพสามมิติเหล่านั้นสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ข้อมูลทางด้านพื้นผิวเหล่านี้อย่างเช่น ผิวหนังมนุษย์ ยาง สนิม เปลือกไม้เป็นต้น และเมื่อมีพื้นผิวแล้วในความเป็นจริงของพื้นผิวก็ยังต้องประกอบไปด้วยแสงเงาอีกเช่นกัน ตรงจุดนี้จะเห็นได้ว่าในแต่ละ Vextex นั้นจะประกอบไปด้วยข้อมูลมากมายที่จะต้องทำการประมวลผล เท่านั้นยังไม่พอในเกมสามมิตินั้นจะยังมีการเคลื่อนไหวของตัวละคร จึงทำให้พื้นผิวเหล่านี้เปลี่ยนไปตลอดเวลา เราจะเรียกอาการนี้ว่า Transform ถึงเวลานี้ก็หมดหน้าที่ของ Vertex Shader Processor จากนั้นก็จะส่งข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ที่เกิดขึ้นไปสู่ Pixel Shader Engine ซึ่ง Pixel Shader Engine นั้นก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณข้อมูลที่ได้รับมาจาก Vertex Shader ที่เดิมนั้นจะมาในรูปของข้อมูลสามมิติ X , Y , Z แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นจอมอนิเตอร์ของเรานั้นเป็นเพียงจอแบบสองมิติ คือมีเพียงแนงแกน X และ Y เท่านั้น ดังนั้นหน้าที่หลักของ Pixel Shader คือการเปลี่ยนสัญญาณจาก X, Y , Z ให้มาอยู่ในรูปของ X และ Y โดยการนำข้อมูลทั้งหมดมาเรียงกันบน Pixel และทำการใส่เอกเฟกสืให้กับภาพที่ปรากฏขึ้น แต่ก่อนที่จะมีการใส่สีสันและเอกเฟกส์ให้กับภาพนั้น Pixel Shader จะต้องทำการลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นออก คือข้อมูลที่มองไม่เห็นในขณะที่แสดงภาพจริงบนมอนิเตอร์ หรือพูดง่ายๆว่าสิ่งของที่โดนบังภายในภาพ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาเรียงบนระนาบใน pixel ต่างๆ แล้วใส่แสง สี พื้นผิวลงบนจุด หรือ Pixel ให้กับแต่ละจุด โดยแสงสีที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละ Pixel ทำให้เรามองเห็นภาพที่ปรากฎจริงนั้นเป็นภาพสามมิติ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือภาพเสมือนสามมิติ Virtual 3D นั่นเอง
    ท่าน Hangger ได้เขียนเอาไว้

  7. #7
    OverclockZone Member khin7710's Avatar
    Join Date
    16 Jan 2007

    Default

    เวลาดูการ์ดจออันไหนแรงไม่แรง ดูที่ OCZ ครับ อ่านเยอะดูที่ทางเวปเทสเยอะๆ เดี๋ยวมันก็จะเป็นไปเองครับ

  8. #8
    OverclockZone Member akuma21's Avatar
    Join Date
    15 Aug 2008
    Location
    ที่ ที่ ต้องการ จะอยู่

    Default

    เวลาดู ว่า แต่ละรุ่น รุ่นไหน แรงกว่า กัน ก็ ตามนี้ เลย
    เช่น 4 8 7 0 กะ 5 7 5 0
    4 + 8 + 7 + 0 = 19
    5 + 7 + 5 + 0 = 17
    แสดง ว่า 4870 แรงกว่า หลักการนี้ ใช่ได้น่ะ (หุหุหุ)

  9. #9
    OverclockZone Member lasterest's Avatar
    Join Date
    1 Jun 2009
    Location
    คลอง6 ลำลูกไก่

    Default

    เมื่อก่อนนี้ ตอนการ์ด ซี่รี่ 6-7 มาใหม่ๆ ดูที่
    Core/Mem และก็ PipeLine
    แต่ปัจจุบันนี้ ผมได้ข่าวว่า หมดยุคของ Pipeline แล้ว
    Core/Mem ของการ์ดบางตัว น้อยกว่า แต่ทำไม แรงกว่าก็มี - -*


    0/ ผมอีกคนครับ อยากรุ้ว่า การ์ดในปัจจุบันนี้ ดูยังไงว่า อันไหนแรงกว่าอันไหน ไม่อยากจะดูแค่จาก รุ่นและซีรี่ เท่านั้นคัฟ T__T
    สอนหน่อย งับ


    ขอบคุรคัฟ

  10. #10
    OverclockZone Member zaxcounter's Avatar
    Join Date
    9 Sep 2007

    Default

    Quote Originally Posted by akuma21 View Post
    เวลาดู ว่า แต่ละรุ่น รุ่นไหน แรงกว่า กัน ก็ ตามนี้ เลย
    เช่น 4 8 7 0 กะ 5 7 5 0
    4 + 8 + 7 + 0 = 19
    5 + 7 + 5 + 0 = 17
    แสดง ว่า 4870 แรงกว่า หลักการนี้ ใช่ได้น่ะ (หุหุหุ)
    แล้ว 4 8 7 0 กับ 5 7 7 0

    มันก็พอๆกับสิท่าน

    4+8+7+0 = 19

    5+7+7+0 = 19

    แล้วคู่นี้ไหนตัวไหนแรงกว่ากัน

    ><

    แต่ชอบวิธีดูอย่างนี้นะ^^

  11. #11
    OverclockZone Member kob_ob_ob's Avatar
    Join Date
    3 Sep 2009

    Default

    Quote Originally Posted by HERO-NUT View Post
    Vertex Shader Processor คืออะไรขอท้าวความกันสักนิดกับคำว่า Vertex คืออะไร โดยทั่วไปแล้วในเกมสามมิตินั้น ในฉากแต่ละฉากที่ประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ก้อนหิน หรืออะไรทุกๆอย่างที่ปรากฎอยู่ภายในฉาก จะเกิดขึ้นจากถาพสามเหลี่ยมหลายๆภาพมารวมกันเป็นพื้นผิว และคำว่า Vertex ก็คือจุดยอดของสามเหลี่ยมแต่ละชิ้นนั่นเอง และจุดหลายๆจุดเหล่านี้เองที่เป็นข้อมูลสำคัญให้กับคอมพิวเตอร์ โดยที่ในจุดแต่ละจุดนั้นจะมีข้อมูลของตัวเองในลักษณะตำแหน่งของตัวเอง คือจะมีข้อมูลในรูปของแนวแกน คือ X , Y , Z และ W นอกจากข้อมูลทางด้านตำแหน่งของตัวเองแล้วยังจะประกอบไปด้วยข้อมูลของสีไปอีกด้วย เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราทราบได้ว่าในแต่ละตำแหน่งของจุดนั้นประกอบไปด้วยสีอะไรบ้าง โดยที่ข้อมูลของสีนั้นก็จะถูกเก็บไว้ในรูปของ RGBA ( R= Red , G = Green , B = Blue , A = Alpha ) นอกจากข้อมูลเหล่านี้แล้วนั้น ยังจะต้องมีข้อมูลทางด้าน Texture หรือข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวของแต่ละ Vertex อีกด้วยเพื่อให้ภาพสามมิติเหล่านั้นสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ข้อมูลทางด้านพื้นผิวเหล่านี้อย่างเช่น ผิวหนังมนุษย์ ยาง สนิม เปลือกไม้เป็นต้น และเมื่อมีพื้นผิวแล้วในความเป็นจริงของพื้นผิวก็ยังต้องประกอบไปด้วยแสงเงาอีกเช่นกัน ตรงจุดนี้จะเห็นได้ว่าในแต่ละ Vextex นั้นจะประกอบไปด้วยข้อมูลมากมายที่จะต้องทำการประมวลผล เท่านั้นยังไม่พอในเกมสามมิตินั้นจะยังมีการเคลื่อนไหวของตัวละคร จึงทำให้พื้นผิวเหล่านี้เปลี่ยนไปตลอดเวลา เราจะเรียกอาการนี้ว่า Transform ถึงเวลานี้ก็หมดหน้าที่ของ Vertex Shader Processor จากนั้นก็จะส่งข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ที่เกิดขึ้นไปสู่ Pixel Shader Engine ซึ่ง Pixel Shader Engine นั้นก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณข้อมูลที่ได้รับมาจาก Vertex Shader ที่เดิมนั้นจะมาในรูปของข้อมูลสามมิติ X , Y , Z แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นจอมอนิเตอร์ของเรานั้นเป็นเพียงจอแบบสองมิติ คือมีเพียงแนงแกน X และ Y เท่านั้น ดังนั้นหน้าที่หลักของ Pixel Shader คือการเปลี่ยนสัญญาณจาก X, Y , Z ให้มาอยู่ในรูปของ X และ Y โดยการนำข้อมูลทั้งหมดมาเรียงกันบน Pixel และทำการใส่เอกเฟกสืให้กับภาพที่ปรากฏขึ้น แต่ก่อนที่จะมีการใส่สีสันและเอกเฟกส์ให้กับภาพนั้น Pixel Shader จะต้องทำการลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นออก คือข้อมูลที่มองไม่เห็นในขณะที่แสดงภาพจริงบนมอนิเตอร์ หรือพูดง่ายๆว่าสิ่งของที่โดนบังภายในภาพ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาเรียงบนระนาบใน pixel ต่างๆ แล้วใส่แสง สี พื้นผิวลงบนจุด หรือ Pixel ให้กับแต่ละจุด โดยแสงสีที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละ Pixel ทำให้เรามองเห็นภาพที่ปรากฎจริงนั้นเป็นภาพสามมิติ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือภาพเสมือนสามมิติ Virtual 3D นั่นเอง
    ท่าน Hangger ได้เขียนเอาไว้
    โอ้โห....ได้ละเอียดเลย

    ขอบคุณมากคับ

  12. #12
    OverclockZone Member ronado17's Avatar
    Join Date
    21 Aug 2009

    Default

    สำหรับผม ดูที่งบ ในกระเป๋า ครับ

  13. #13
    OverclockZone Member merlix's Avatar
    Join Date
    20 Dec 2007
    Location
    ทางช้างเผือก

    Default

    ดู review เท่านั้นคับ ไม่งั้นอาจจะเข้าใจผิดกันได้


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •