overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 20 of 20
  1. #1
    OverclockZone Member KingYojimbo's Avatar
    Join Date
    22 Apr 2008
    Location
    noitacoL

    Default ~คุณภาพเสียงของไฟล์ชนิดไหนดีที่สุดครับ~

    CD Audiophile คือไฟล์เสียงที่ดีที่สุดใช่ไหมครับ
    แล้วไฟล์ตัวไหนเทียบเท่า CD Audiophile บ้างครับ
    ในตัวอย่างด้านล่างนี้
    1.Free Lossless Audio Codec File
    2.MPEG-4 Audio File Format
    3.MPEG Leyer 3 Audio ที่ Kbps + Khz สูงๆ

    หรือถ้ามีไฟล์ชนิดอื่นก็แนะนำด้วยนะครับทุกท่าน

    ขอบคุณครับ

  2. #2
    OverclockZone Member firsthand's Avatar
    Join Date
    2 Feb 2010

    Default

    เทียบจากขนาดไฟล์แล้ว ผมคิดว่า flac น่าจะ loss น้อยสุดนะครับ

    แต่ wav ไฟล์จะใหญ่กว่า flac ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเรื่องคุณภาพเหมือนกัน

  3. #3
    OverclockZone Member Non-Slim's Avatar
    Join Date
    1 Oct 2008
    Location
    กำแพงเพชร

    Default

    Wavefile เนี่ยไม่่บีบอัดเลยนะครับ
    แต่ผมชอบแผ่น CD แบบดั้งเดิม (อุปาทานทางใจ) ครับ

  4. #4
    OverclockZone Member naraklive's Avatar
    Join Date
    30 Aug 2008

    Default

    เทพสุดคง Studio Master หมัง เขาว่าไฟล์นี้ส่งมาจากห้องอัดเลย
    ของค่าย linn record ลองไปโหลดตัวอย่างมาฟังดูได้
    และค่ายนี้เป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นซีดีคุณภาพดี แต่ตอนนี้กลับยกเลิกการผลิตไปเลย
    ไปผลิตเครื่องเล่นไฟล์ดิจิตอลแทน

  5. #5
    OverclockZone Member mike_shinoda's Avatar
    Join Date
    24 Jun 2007

    Default

    Quote Originally Posted by KingYojimbo View Post
    CD Audiophile คือไฟล์เสียงที่ดีที่สุดใช่ไหมครับ
    แล้วไฟล์ตัวไหนเทียบเท่า CD Audiophile บ้างครับ
    ในตัวอย่างด้านล่างนี้
    1.Free Lossless Audio Codec File
    2.MPEG-4 Audio File Format
    3.MPEG Leyer 3 Audio ที่ Kbps + Khz สูงๆ

    หรือถ้ามีไฟล์ชนิดอื่นก็แนะนำด้วยนะครับทุกท่าน

    ขอบคุณครับ
    ความเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้าเทียบด้วยตัวมันเองแล้ว wav ค่อนข้างจะดีกว่า แต่ที่ flac มาแรงกว่าเพราะเล็กกว่าเท่าตัว คนจึงนิยมเล่น
    แต่ถ้าคุณเอา cd ที่นักเล่นเค้าถือว่าเป็น audiophile มันเทียบกับเพลงปกติ(หรือเพลงตลาดๆ ยิ่งเป็นของบ้านเราแล้วล่ะก็) mp3 320kb ก็กินไฟล์ flac แล้วคับ

    **สุดท้ายอยู่ที่หูเป็นตัวตัดสินคับ เพราะถ้าให้ผมหลับตาฟัง 128/320 ผมฟังไม่ออกครับ เปิดตาทีไรผมรู้ทุกที 555+
    Last edited by mike_shinoda; 18 May 2010 at 22:01:02.

  6. #6
    OverclockZone Member
    Join Date
    4 Sep 2008

    Default

    aiff krab

  7. #7
    TroRuwA
    Guest

    Default

    ขอนอกเรื่องหน่อย
    "ไฟล์เสียงที่ดีที่สุดคือไฟล์เพลงที่เราฟังแล้วมีความสุขที่สุดครับ"

    แต่ถ้าตอบตรงๆก็คือ Lossess ยิ่งน้อยก็ยิ่งใกล้เคียงมากที่สุด

  8. #8
    OverclockZone Member ung2007's Avatar
    Join Date
    16 Oct 2008

    Default

    อยู่ที่เครื่องบันทึกเสียงที่ทำไฟล์เหล่านี้ออกมาด้วยครับ

  9. #9
    OverclockZone Member
    Join Date
    7 May 2010

    Default

    พวก lossless นี้ ไม่่ว่าจะตระกูลไหน ผมฟังแยกไม่ออก แต่เลือกเก็บ ไฟล์ apple lossless เพราะผมใช้กับ ipod ^^

  10. #10
    OverclockZone Member dodo68's Avatar
    Join Date
    10 Nov 2007

    Default

    ถ้าว่าในตัวเลือก 3 อย่างนี้ ผมว่า Free Lossless Audio Codec File น่าจะดีที่สุดแล้ว
    แต่ก็อยู่ที่หูเรามากกว่าอ่ะนะ ว่าจะแยกออกได้หรือป่าว

    แต่ว่าที่เทพๆ ที่ผมชอบ น่าจะเป็น DTS-HD อ่ะครับ ดูหนังสะใจดี

  11. #11
    OverclockZone Member sierra's Avatar
    Join Date
    7 May 2007
    Location
    ★★★★★

    Default

    ประเภทไฟล์ของ Audio มีดังนี้

    1. Uncompressed audio formats
    คือไฟล์เสียงที่แปลงมาจากต้นฉบับโดยไม่ได้ทำการบีบอัด เสียงเหมือนต้นฉบับทุกประการ เช่น WAV, AIFF, AU

    2. lossless compression formats
    คือไฟล์เสียงที่แปลงมาจากต้นฉบับโดยทำการบีบอัดโดยไม่สูญเสียรายละเอียด เสียงเหมือนต้นฉบับทุกประการ เช่น FLAC, Monkey's Audio(APE), WavPack(WV), Shorten, TTA, ATRAC Advanced Lossless, Apple Lossless, MPEG-4 SLS, MPEG-4 ALS, MPEG-4 DST, Windows Media Audio Lossless (WMA Lossless)

    3. lossy compression formats
    คือไฟล์เสียงที่แปลงมาจากต้นฉบับโดยทำการบีบอัดโดยและสูญเสียรายละเอียดจากต้นฉบับ เช่น
    MP3, Vorbis, Musepack, AAC, ATRAC, lossy Windows Media Audio (WMA).

    เพราะฉะนั้น ข้อ1 และข้อ2 จะดีที่สุดเพราะเสียงเหมือนต้นฉบับทุกประการ แต่ทั้ง 3 ข้อนี้ก็ยังมีความเสี่ยงขณะทำการแปลงไฟล์ ซึ่งมีโอกาศผิดพลาดได้จากการเกิด Interupt(การขัดจังหวะ) ขึ้นระหว่างทำการแปลงไฟล์เช่น การเปิดหลายๆโปรเซสระหว่างทำการแปลง ระดับความเร็วในการแปลงไฟล์ก็ผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Interupt เช่นกัน

    และยังมีการทำเป็น Image และโคลนแผ่น ซึ่งก็ต้องระมัดระวังระหว่างการทำการโคลนเช่นกัน ไม่ควรไปรบกวนระหว่างการทำงานและควรใช้ความเร็วที่ต่ำๆจะดีที่สุดคับ

  12. #12
    OverclockZone Member
    Join Date
    27 Jan 2007

    Default

    1กะ2 จากที่ยกตัวอย่างมาจะใกล้เคียงต้นฉบับมากกว่าครับ ถ้าบิทเรทสูงๆ
    ส่วน 3 ที่ยกตัวอย่างมามันเป็น lossy ลำดับที่3 ตรงกะที่ท่านsierra ว่ามาครับ

    แต่ถ้าเน้น ใกล้เคียงมากๆ ผมขอพูดถึงเฉพาะ lossless นะครับขอข้ามแบบไม่บีบอัดก่อน
    เผื่อท่าที่สนใจละเอียดมากขึ้นครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Compari..._audio_formats

    ผมไม่ขออธิบายมากนะครับเพราะผมก็ไม่ชำนาญเท่าไหร่แค่สนใจพื้นฐานเบื้องต้นมันและเคยลองริปเสียง96kHz>.apeแล้วงงๆเลยลองๆค้นดู
    แต่ผมจะชี้ให้ดูตรงหัวข้อที่ จขกท. สนใจ คือใกล้เคียง audiophile ดูตาราง(ภาพที่4)4

    หัวข้อเปรียบเทียบ Technical Details of Audio Compression Formats

    เลยเห็นข้อสังเกตุนิดหน่อยให้ลองดูกันครับ ระหว่าง .Ape(Monkey's Audio)กะ .Flac
    สังเกตุตรง Sample Rate ครับ
    .ape 8Hz - 48 kHz
    .Flac1 Hz to 640 kHz

    ตรงนี้จุดสังเกตุคือถ้าเราต้องการ ริปเสียงจากต้นฉบับ เช่น แผ่นเสียง เป็น 96HZ/24bit(ในส่วนbit ตารางไม่ได้ระบุแต่คิดว่าคงทำได้)
    เราก็คงไม่สามารถใช้ .Apeได้ หรือกรณีที่จะริปเสียงจาก dvd(เช่น คอนเสริ์ต) ที่มีเสียงต้นฉบับ 96/192kHz ให้้ได้เหมือนเดิม
    เพราะ .Ape ได้สูงสุด 48kHz เท่ามาตรฐานขั้นต่ำของdvd เท่านั้น แต่ถ้าใช้.flac ทำได้

    ส่วน Bit rate ก็คงเหมือนตารางผมใช้คำว่าผันแปรละกัน หรือสูงสุดเท่าที่ทำได้ของแต่ละตัวเหมือนที่ผมบอกข้างบน

    อีกจุดคือ Multichannel ซึ่ง .Ape ทำไม่ได้

    คือถ้าริปจาก cd เฉยๆก็ไม่มีปัณหาไรเพราะมาตฐาน cd = 44.1kHz


    ส่วนเดี๋ยวนี้มีพวก HD-MA ว่ากันว่าเสียงดีแต่ไฟล์ก็มโหฬาร ซึ่งก็มีแต่หนังเท่านั้นที่ทำ ผมฟังแต่เพลงดูหนังแค่ dts หรือ dsd ผมก็พอใจแระ

  13. #13
    OverclockZone Member KingYojimbo's Avatar
    Join Date
    22 Apr 2008
    Location
    noitacoL

    Default

    ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ

  14. #14
    OverclockZone Member mellon's Avatar
    Join Date
    17 Jul 2009
    Location
    อยู่ในใจเสมอ...

    Default

    ผมลอง rib เองจาก CD แผ่นแท้ mp3 (320k) , flac (level3) หูผมไม่สามารถแยกได้ครับ

    A600ll + sb0400 ใช้ EAC กับ easy CD-DA ลองกับแผ่นบ้านๆ เสือ ธนพล

    ไม่ควรใช้หลักการนี้อ้างอิงนะครับ ผมใช้หูผมกับ system ผมเท่านั้น

  15. #15
    OverclockZone Member vipper11's Avatar
    Join Date
    17 Oct 2006
    Location
    Ngamwongwan

    Default

    Quote Originally Posted by naraklive View Post
    เทพสุดคง Studio Master หมัง เขาว่าไฟล์นี้ส่งมาจากห้องอัดเลย
    ของค่าย linn record ลองไปโหลดตัวอย่างมาฟังดูได้
    และค่ายนี้เป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นซีดีคุณภาพดี แต่ตอนนี้กลับยกเลิกการผลิตไปเลย
    ไปผลิตเครื่องเล่นไฟล์ดิจิตอลแทน


    เนื่องจาก CD ไม่สามารถเขียนข้อมูลได้ถูกต้อง 100% ต่อให้เป็นแผ่น audiophile ระดับเทพก็เหอะ เพราะอย่างไง มันก็มี error กับ jitter อยู่ดี
    จึงเห็นด้วยว่า Studio Master ที่บันทึกเสียงแบบดิจิตอล ลงฮาร์ดดิกส์ น่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด (แต่ก็อย่างว่า จะไปหาซื้อได้ที่ไหนเนี่ย ><)

    ส่วนไฟล์ประเภท lossless ที่ใช้กันทั่วๆ ไปนี่ ผมก็ชอบ FLAC นะ (ขนาดไฟล์/คุณภาพเสียง)
    Last edited by vipper11; 19 May 2010 at 19:21:26.

  16. #16
    OverclockZone Member firsthand's Avatar
    Join Date
    2 Feb 2010

    Default

    Quote Originally Posted by vipper11 View Post
    เนื่องจาก CD ไม่สามารถเขียนข้อมูลได้ถูกต้อง 100% ต่อให้เป็นแผ่น audiophile ระดับเทพก็เหอะ เพราะอย่างไง มันก็มี error กับ jitter อยู่ดี
    จึงเห็นด้วยว่า Studio Master ที่บันทึกเสียงแบบดิจิตอล ลงฮาร์ดดิกส์ น่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด (แต่ก็อย่างว่า จะไปหาซื้อได้ที่ไหนเนี่ย ><)

    ส่วนไฟล์ประเภท lossless ที่ใช้กันทั่วๆ ไปนี่ ผมก็ชอบ FLAC นะ (ขนาดไฟล์/คุณภาพเสียง)
    ลองเสิร์ชเกี่ยวกับ linnrecords แล้วก็เจอครับ เค้าขายเพลงคุณภาพสตูดิโอด้วย

    24bit/192khz จะราคาแพงกว่าซีดีประมาณเท่าตัว แต่แปลงเป็นเงินไทยแล้วก็ไม่เกิน 1000 บาทครับ

    อ้างอิงราคาตามลิงค์ข้างล่างนี้

    http://www.linnrecords.com/recording...36--linz-.aspx

  17. #17
    OverclockZone Member tach's Avatar
    Join Date
    5 Jan 2008

    Default

    สำหรับผม cd audio ripออกมาเป็น wav (ripเองนะครับ) แล้วก็เอา wav มาทำเป็น flac ผมแยกความแตกต่างไม่ออกครับ

    ส่วน mp3 320 rip มา เทียบกับ flac จาก file wav ตัวเดียวกัน คงมีบางแผ่น โดยเฉพาะ แผ่น cd เพลงไทยที่แยกออกบ้าง โดยเฉพาะ เสียงสูง แต่น้อยนักที่จะแยกออก อาจจะอุปทานไปเองก็ได้

    ส่วน mp3 128 เทียบกับ flac นี่ หายห่วงครับ ถ้า system ดีพอ (ไม่ใช่ลำโพงกระป๋อง) คิดว่าทุกท่าน น่าจะฟังความแตกต่างออกครับ

  18. #18
    OverclockZone Member
    Join Date
    27 Jan 2007

    Default

    Quote Originally Posted by tach View Post
    สำหรับผม cd audio ripออกมาเป็น wav (ripเองนะครับ) แล้วก็เอา wav มาทำเป็น flac ผมแยกความแตกต่างไม่ออกครับ

    ส่วน mp3 320 rip มา เทียบกับ flac จาก file wav ตัวเดียวกัน คงมีบางแผ่น โดยเฉพาะ แผ่น cd เพลงไทยที่แยกออกบ้าง โดยเฉพาะ เสียงสูง แต่น้อยนักที่จะแยกออก อาจจะอุปทานไปเองก็ได้

    ส่วน mp3 128 เทียบกับ flac นี่ หายห่วงครับ ถ้า system ดีพอ (ไม่ใช่ลำโพงกระป๋อง) คิดว่าทุกท่าน น่าจะฟังความแตกต่างออกครับ
    ทำไมไม่rip. cd>flac เลยล่ะครับลดขั้นตอนไปสเตปหนึ่ง

  19. #19
    OverclockZone Member SerpentClan's Avatar
    Join Date
    21 Aug 2008
    Location
    กาญจนบุรี-City

    Default

    dun

  20. #20
    OverclockZone Member tach's Avatar
    Join Date
    5 Jan 2008

    Default

    Quote Originally Posted by namek View Post
    ทำไมไม่rip. cd>flac เลยล่ะครับลดขั้นตอนไปสเตปหนึ่ง
    จะได้เทียบกับ file wav ด้วยไงครับ และจะได้เอา file wav เดียวกัน ทำทั้ง flac และ mp3

    ที่ฟังเทียบก็คือ audio cd , wav , flac ,mp3 ครับผม ^^

    ป.ล. ผมใช้ foolbar rip cd ออกมาเ็ป็น wav แล้วใช่ flac codec เข้ารหัส file wav ตรงๆด้วย flac frontend ครับ


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •