การลงทุนในเหรียญดิจิตอล Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูง : ICO เจ้งไปแล้ว 46% ในปี 2017


การลงทุนในเหรียญดิจิตอล Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูง : ICO เจ้งไปแล้ว 46% ในปี 2017

Font Size A A A

            าแรงจริงๆครับกระแสเหรียญดิจิตอลของปีที่แล้ว (2017) มาแรงเสียจนใครต่อใครก็อยากมาลงทุนกับมัน การลงทุนเองก็มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้วยการซื้อเหรียญหลักๆอย่างพวก Bitcoin , Ethereum แล้วเก็งกำไรด้วยการซื้อมาขายไป หรือว่าจะลงเงินซื้อ Rig มาขุดเหรียญและขายเพื่อทำกำไร หรือจะเป็นการ Lending ให้แชร์ลูกโซ่ ก็มีได้มีเสีย ส่วนอีกวิธีนึงที่คนอยู่ในวงการมานานมักจะเข้าไปลงทุนก็คือการลงทุนกับ ICO หรือชื่อเต็มๆว่า Initial Coin Offering ที่ฟังดูคล้ายๆกับหุ้น IPO หรือ Initial Public Offering

Initial Coin Offering นี้ก็จะใช้หลักการระดมทุนผ่านสกุลเงินออนไลน์ โดยใครก็ได้สามารถเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ทำให้การลงทุนประเภทนี้คล้ายๆกับการซื้อหุ้น IPO แต่มีการเข้าถึงคนทั่วไปง่ายกว่ามาก ซื้อขายกันได้ทั่วโลก และขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก แค่เอาเหรียญ Crypto กระแสหลักอย่างเช่น Bitcoin หรือ Ethereum ไปแลกมาก็เป็นอันจบ .. อันนี้คือยกตัวอย่างให้เห็นกันคร่าวๆเฉยๆนะครับ / ในเมื่อสกุลเงินออนไลน์ต่างๆมันไม่ได้มีการควบคุมกันเหมือนตลาดหลักทรัพย์ที่กว่าจะเข้า IPO ได้ ต้องมีการตรวจสอบจากหลายฝ่าย.. ICO นี่ใครก็ทำได้เลย แค่รู้จักหลักการทำงานของเหรียญสกุลดิจิตอล และเอามาดัดแปลงเป็นสกุล Token ของตัวเอง

เพราะมันง่ายแบบนี้ไง ปี 2017 ที่ผ่านมาจึงเป็นปีที่ ICO นั้นบูมกันถึงขีดสุด มี ICO เกิดใหม่เข้าสู่ตลาดกันแทบทุกวันเลย ดีไม่ดีวันนึงมีสองเจ้าด้วย .. นักลงทุนเห็นแล้วก็เริ่มอยากเข้าไปลงทุน เพราะว่าแต่ละ ICO นั้นก็มี Whitepaper หรือหนังสือชี้ชวนที่สวยหรู พร้อมกับการเอาเทคโนโลยี Blockchain เข้ามามีบทบาทด้วย ทำให้การวาดฝันนั้นวาดไปได้ไกลยิ่งขึ้นอีก .. ใครท่ี่โชคดีลงถูกตัว ICO เจ๋งจริงอย่างที่ได้ว่าไว้ ก็ทำกำไรกันได้ 50 เท่า 100 เท่า หรือ 1000 เท่ายังมี แต่คนที่ลง ICO ผิดตัว ไปลงกับบริษัทที่หลอกลวง หรือบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง พวกที่ลอก Whitepaper ชาวบ้านเขามาแก้นิดๆหน่อยๆ หรือปล่อยข่าวจะจับมือเป็น Partner กับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ล่อคนเข้ามาลงทุนกับตัวเอง .. สุดท้ายเจ้าของเหรียญขายทิ้ง ทุบราคาลงมาต่ำติดดิน หรือเชิดเงินหนีกันหน้าด้านๆเลยก็มีเยอะแยะ

Tokendata ได้มีการเก็บสถิติของเหรียญ ICO ทั้งหลายที่มาระดมทุนในปี 2017 สรุปได้ว่า 46% นั้นเจ้งไปเรียบร้อย จาก Crowdsale ทั้งหมด 902 โปรเจ็กต์ .. 142 เจ้งตั้งแต่ช่วงระดมทุน (Funding Stage) , ส่วนอีก 276 เจ้านั้น เจ้งเพราะว่านักพัฒนา ไม่ว่าจะเชิดเงินหนี หรือหยุดโปรเจ็กต์กลางทางเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม .. อ่อ และตัวเลขตรงนี้ก็เป็นตัวเลขของ ICO ที่เจ้งหรือปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ยังไม่นับที่เป็น "Semi-Failed" หรือยังไม่แน่ชัดว่าจะเจ้ง ตรงนี้ก็คือพวก ICO ที่บริษัทนั้นเริ่มวางตัวแปลกๆ ไม่มีการอัพเดทข่าวสารผ่าน Social Media หรือว่า Community นั้นไม่มีการสื่อสารและพัฒนาต่อ ดูแล้วอนาคตไม่น่ารอด ... สรุปง่ายๆคือ 46% นั้นเจ้งหรือบินหนีไปแล้ว และตัวเลขนี้สามารถเพิ่มขึ้นไปถึง 59% ถ้าพวกที่ Semi-Failed ทั้งหลาย เจ้งขึ้นมาอย่างเป็นทางการจริงๆ 

ทุกคนที่เข้ามาเล่นเกมการลงทุนนี้ ก็ล้วนแต่มีความหวังว่าจะได้กำไรเพิ่ม ไม่มีใครอยากเสียหรอกครับ .. แต่ต้องเตือนอย่างเป็นกลางไว้อย่างก็คือในเมื่อมีคนได้ก็ต้องมีคนเสีย กรณีของผู้ที่โชคไม่ดีในการลง ICO นั้นอาจจะลงเพราะหวังผลกำไร 10 เท่า 100 เท่า 1000 เท่า แต่ยังทำการบ้านมาไม่ดีพอ .. พวกหัวแถวนัก Scam ทั้งหลายก็ใช้ความโลภของคนในการเปิดระดมทุนขึ้นมาและหวดกำไรจากตรงนั้น / เทคโนโลยีของ Cryptocurrency และการทำ ICO จริงๆแล้วคือคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจมาก แต่ด้วยความที่ไม่มีการตรวจสอบอย่างเป็นจริงเป็นจัง ทำให้สิ่งที่วาดฝัน ทุ่งลาเวนเดอร์ อนาคตอันสดใสที่สามารถสร้างได้ด้วยเทคโนโลยี Blockchain กลายเป็นทุ่งที่เต็มไปด้วยกับระเบิด

สุดท้ายก็อยากจะเตือนนักลงทุน ICO ทั้งหลายให้ศึกษาประวัติของบริษัทที่เปิดระดมทุนกันอย่างละเอียดนิดนึงก่อนที่จะเอาเงินไปให้ใครก็ไม่รู้บนอินเตอร์เน็ต เพราะ ICO เองที่เปิดตัวมาแล้วประสบความสำเร็จก็มีเยอะมาก แต่พวกที่เปิดมาเพื่อกะจะเชิดเงินตั้งแต่แรกก็มีเยอะมากเช่นเดียวกัน .. สุดท้ายถ้าคิดว่าศึกษามาดีแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับดวงแล้วหล่ะครับ ถ้าจะเจอเชิดเงินหนี หรือ ICO เจ้งจริงๆ คนไทยอย่างเราๆและอีกหลายประเทศก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะยังไม่มีกฏหมายรองรับอย่างเป็นทางการ

ร่วมแสดงความคิดเห็น