3DMark Ray Tracing กำลังมา RTX2080Ti Overclocked หนักๆ ทำเฟรมได้เฉลี่ย 51.25FPS เท่านั้น


3DMark Ray Tracing กำลังมา RTX2080Ti Overclocked หนักๆ ทำเฟรมได้เฉลี่ย 51.25FPS เท่านั้น

Font Size A A A


          ปิดตัวมานานพอสมควรแล้วกับ NVIDIA GeForce RTX20 Series ที่มีฟีเจอร์เด็ดๆอย่าง Core เฉพาะทางที่เอาไว้ประมวลผล Real-Time Ray Tracing โดยเฉพาะ.. แต่จนถึงตอนนี้ การรีวิวการ์ดจอ หรือ Benchmark นั้นยังคงทำได้ยาก เพราะว่าแทบไม่มีอะไรเป็นการทดสอบกลางเลย สำหรับเกมบางเกมที่รองรับ Ray Tracing นั้นก็ยังไม่มีการ Optimized มาดีเท่าที่ควร และแถมไม่มี Benchmark ที่สามารถคุมปัจจัยในการทดสอบได้อีก

สาเหตุที่การเล่นเกมด้วยมือผู้เล่นเองไม่ควรใช้เป็นมาตรฐานกลางในการทดสอบการ์ดจอนั้นก็เป็นเพราะว่า การเล่นแต่ละครั้ง สิ่งที่แสดงผลบนหน้าจอจะไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะพยายามเล่นใน Pattern เดิมแค่ไหน แค่ผู้เล่นขยับ Mouse พลาดไปจากครั้งเดิม 1cm สิ่งที่คอมพิวเตอร์ประมวลผลออกมาก็จะไม่เหมือนกับครั้งก่อนหน้าแล้ว มันอาจจะต้อง Render Object ที่โผล่ขึ้นมาเพิ่มเติม หรือ Render ลดลงจากครั้งเดิม เพราะไม่เห็นสิ่งที่เห็นในการทดสอบครั้งที่แล้วก็ได้ / การ Benchmark จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดสอบอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่เทสท์นั้น สิ่งที่ถูกป้อนให้ประมวลผลจะเหมือนกันทุกครั้ง ตามแต่การตั้งค่าของผู้ใช้งาน

ตอนนี้ก็เหมือนจะใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นแล้ว สำหรับ Benchmark ชื่อดังอย่าง 3DMark ที่มีการทดสอบทุกรูปแบบตั้งแต่ DX12 DX11 และ Resolution ตั้งแต่ Full HD จนถึง 4K .. ล่าสุด Ray Tracing ที่น่าจะเป็นมาตรฐาน Gaming ในอนาคตก็กำลังจะเข้าสู่ Platform ของ 3DMark เช่นเดียวกัน. / ซึ่งในขณะนี้มี Overclocker บางคนก็ได้ทดสอบการใช้งาน 3DMark เวอร์ชั่น Ray Tracing นี้แล้ว

โดย Benchmark นี้จะมีชื่อว่า 3DMark Port Royal และ Hall of Fame ก็ได้มีการเริ่มจัดอันดับ ทำให้เราได้รู้ถึงความโหดของ Benchmark นี้ว่ามันจะอยู่ในระดับไหน.. สำหรับสถิติตอนนี้เป็นของ Overclocker จากสวีเดน ที่มีชื่อว่า Rauf ทำคะแนนไปได้ที่ 11069 กับการ์ดจอคู่ใจ GALAX GTX2080Ti ที่โอเวอร์คล๊อกไปมากถึง 2640MHz สำหรับ Core Clock และ 2088MHz สำหรับ Mem Clock ด้วยการคุมอุณหภูมิจาก Liquid Nitrogen .. ส่วน CPU นั้นก็ใช้ Intel Core i9-9900K บน Mainboard ตัวจิ๋วอย่าง ASRock Z390 Phantom Gaming ITX/ac

อย่างไรก็ตาม การ Benchmark นี้ไม่ได้มีข้อมูลออกมาว่าทำบน Resolution ที่เท่าไหร่ แต่จาก Press Release ที่เคยแจกไป ก็น่าจะที่ความละเอียดแบบ 1440p

ส่วนใครที่รออยู่ (รวมถึงตัวผมเอง) ก็จะได้ใช้งานกันวันที่ 8 มกราคม ปี 2019 ซึ่งราคาของมันก็จะอยู่ที่ $2.99 เหรียญสำหรับคนที่มีแอพ 3DMark ตัวหลักอยู่แล้ว โดยจะใช้งานได้กับ Advanced หรือ Professional Edition เท่านั้น Basic Edition และ Steam Demo ไม่สามารถใช้ได้ / หรือถ้าใครที่ซื้อ 3DMark Advanced Edition หลังวันที่ 9 ก็จะได้ Port Royal ติดตั้งมาใน Bundle เลย ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มแต่อย่างใด

ร่วมแสดงความคิดเห็น