Google และ Microsoft เตือนนักลงทุน ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ดีอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์ได้


Google และ Microsoft เตือนนักลงทุน ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ดีอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์ได้

Font Size A A A

 

          Google และ Microsoft บริษัทที่หวังพึ่งปัญญาประดิษฐ์ให้ทำงานในอนาคตจำนวนมากออกมาเตือนบรรดานักลงทุนว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่จอกศักดิ์สิทธิ์ที่จะกอบกู้หรือนำพาบริษัทไปสู่อนาคตทั้งหมด เพราะปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ซื่อตรง หรือลำเอียงอาจจะทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและส่งผลกับชื่อเสียง หรือธุรกิจได้

จากฟอร์ม 10-K ฝั่ง Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ระบุว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Deep Learning อาจจะนำพามาซึ่งคำถามทางจริยธรรม เทคโนโลยี กฏหมาย หรือข้อจำกัดด้านอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลลบต่อภาพลัฏษณ์บริษัท และธุรกิจ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบไปสู่รายรับและกำไร

ส่วนฟอร์ม 10-K ฝั่ง Microsoft ระบุเอาไว้ว่าปัญญาประดิษฐ์มีโอกาสที่อัลกอริทึมจะมีช่องโหว่ ทำให้เก็บข้อมูลแบบลำเอียงไปประมวลผล และช่วยตัดสินใจแบบผิดๆ หรือไม่ถูกต้องได้ แน่นอนว่านี่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในปัญญาประดิษฐ์ โดยผลกระทบอาจจะเป็นได้ตั้งแต่การตัดสินใจ การทำนาย การวิเคราะห์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปัญหาทางกฏหมายที่เลี่ยงไม่ได้ ภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือชื่อเสียงที่เสียไป รวมไปถึงบางกรณีอาจจะนำมาซึ่งคำถามทางจริยธรรมที่ส่งผลกระทบกับสิทธิมนุษยชน ความเป็นส่วนตัว หรือปัญหาสังคมอื่นๆ

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแวดวงปัญญาประดิษฐ์ ส่วนฟอร์ม 10-K นั้นตามกฏหมายสหรัฐบังคับให้บริษัทต่างๆ กรอกเพื่อระบุความเสี่ยงของธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (รวมไปถึงป้องกันการฟ้องร้องในอนาคต) โดยทั้งสองต่างก็เป็นบริษัทที่พึ่งพิงการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ และพัฒนา AI เพื่อใช้งานมาหลายปีแล้ว อย่างเช่น Google มีระบบรถยนต์ไร้คนขับที่ทำงานทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง (พัฒนามาตั้งแต่ปี 2009) ส่วน Microsoft ก็มีเลขาดิจิตอลอย่าง Cortana ที่ยังไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าจำ Tay แชทบอทที่ให้บริการบนทวิตเตอร์และกลายเป็นบอทเหยียดเชื้อชาติในเวลาอันรวดเร็ว (ไม่ถึงวัน) ก็แสดงให้เห็นว่า AI สามารถรับข้อมูลที่ลำเอียง และกลายเป็นบอทที่ทำงานอย่างไม่เป็นธรรมได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น