FSP Twin Series Redundant : Power Supply เปลี่ยนไส้ในได้


FSP Twin Series Redundant : Power Supply เปลี่ยนไส้ในได้

Font Size A A A

 

             ว่ากันด้วยเรื่อง Power Supply แบรนด์ FSP นี้ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่งานดีมีคุณภาพ ด้วยความที่เป็นผู้ผลิต Power Supply OEM ให้หลากหลายแบรนด์ชื่อดังอื่นๆในตลาดตอนนี้ ส่วน Power Supply ที่ใช้แบรนด์ตัวเองขายนั้นก็แน่นอนว่าต้องจัดเต็มเรื่องคุณภาพเช่นกัน .. สำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึง Power Supply ที่มีคอนเซ็ปต์แหวกแนวซักหน่อย ซึ่งชืีอรุ่นของมันก็คือ Twin Series / ใช่แล้วครับ Twin ก็แปลว่าสอง หรือ แปลว่าคู่นั่นแหละ เพราะว่ามันออกแบบมาให้เป็น Power Supply แบบ Redundant ก็คือมีไส้ในสองตัวนั่นเอง

ว่าแต่เราจะมี Power Supply ที่มีไส้ในสองตัวไปเพื่ออะไรหล่ะ ? คำตอบคือผู้ใช้งานทั่วๆไปตามบ้านอาจจะไม่จำเป็นครับ แต่สำหรับผู้ที่ใช้งานมันเป็น Server ก็น่าจะทราบคำตอบกันอยู่แล้ว .. อธิบายกันให้ลึกหน่อยสำหรับคำว่า Redundant / การทำ Redundant เป็นอีกศัพท์ที่ผู้ดูแลระบบต่างๆได้ใช้บ่อย ก็คือต่ออุปกรณ์สองตัว และใช้งานควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อตัวใดตัวนึงนั้นมีปัญหา ก็ยังคงมีอีกตัวที่ทำงานอยู่ทำให้ระบบอะไรต่างๆนั้นยังคงราบรื่นไม่สะดุด เพราะว่าการทำ Server เหล่านี้ เราไม่สามารถยอมรับได้หากต้องมี Downtime ซึ่งนั่นก็อาจเป็นความเสียหายต่อบริษัทได้ไม่มากก็น้อย .. Power Supply รุ่นนี้ก็เช่นเดีัยวกัน ในเมื่อมันมีไส้ในสองตัว เสียบปลั๊ก AC เข้าสองทาง เวลามีตัวใดตัวนึงพังไป ก็ยังคงมีอีกตัวทำงานจ่ายไฟให้ระบบอยู่

ในสภาวะทำงานปกติ Power Supply สองตัวก็จะทำการแบ่ง Load กันเอง เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความสเถียรสูงที่สุด แต่ว่าถ้ามีตัวใดตัวนึงพัง อีกตัวก็จะรับภาระทั้งหมดทันทีโดยคอมพิวเตอร์นั้นจะไม่ดับแต่อย่างใด .. นอกจากนั้นแล้วตัว Power Supply รุ่นนี้ก็จะเป็นแบบ Digital ก็คือสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ USB ของเครื่องเพื่อรายงานสถานะการทำงานผ่าน Software ได้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Input, Output และเก็บค่าย้อนหลังได้ 7 วัน / เมื่อ Power Supply มีปัญหาก็จะมีการรายงานผลผ่าน Software ตัวนี้ และมีไฟแสดงสถานะทางด้านหลังของ Power Supply (LED) สีเขียว คือทำงานปกติ สีเหลืองคือควรตรวจสอบ และสีแดงคือถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว .. LED นี้ก็จะมีแยกกันเลยระหว่างทั้งสอง Module 

นึกภาพง่ายๆ ว่าตัวนึงมีปัญหา เราก็จะเห็นไฟ LED สีแดงติดด้านหลัง .. ทีนี้เราก็แค่สั่งตัวใหม่มาเสร็จแล้วก็ถอดออกแบบ Hot Swap ใส่ตัวใหม่เข้าไป โดยไม่ต้องปิดเครื่องเลยด้วยซ้ำ

ส่วนรุ่นที่มีขายก็จะมีให้เลือกสองขนาดก็คือ 500w และ 700w ทั้งสองรุ่นจะมีฟีเจอร์เหมือนกันทุกอย่าง แตกต่างกันที่กำลังการจ่ายไฟเท่านั้น .. สำหรับมาตรฐานตัวนี้ก็จะได้รับมาตรฐาน 80 Plus Gold

จริงๆแล้ว Redundant Power Supply เนี่ยก็ไม่ใช่อะไรที่ใหม่เลยครับ เพราะว่ามันก็มีการใช้งานมานานแล้วในหมู่พวกเครื่อง Server ทั้่งหลาย แต่พวกนั้นจะมีราคาสูง และอยู่ในรูปแบบ Rack Mount .. เพียงแค่ทาง FSP นั้นนำฟีเจอร์แบบเดียวกันมาใส่ใน Form Factor แบบ ATX ที่สามารถใช้งานกับ PC มาตรฐานได้ เผื่อคนที่ต้องการเอาคอมมาทำเป็น Server ขนาดย่อม โดยเฉพาะในยุค 2016 ด้วยแล้ว การทำ Multimedia Server หรือ Cloud Server ของตัวเองเป็นอะไรที่เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น

ส่วนราคาของมันก็จะอยู่ที่ $399 (14,xxx บาท) และ $499 (17,xxx) เรียงตามลำดับ 500w และ 700w .. ราคาก็อาจจะแพงกว่า Power Supply ATX ทั่วๆไปอยู่แล้วหล่ะครับ เพราะว่าการทำงานนั้นซับซ้อนกว่า มีชิ้นส่วนมากกว่า และยังเป็น Digital Power Supply อีกด้วย .. โดยเฉพาะผู้ที่เอาเครื่องทำ Server แล้วด้วย ราคาเพิ่มมาแค่นี้ก็น่าจะคุ้มนะครับ ถ้าแลกกับปัญหา Downtime ที่แค่ล่มหนึ่งทีก็อาจจะทำให้เสียหายมากกว่าราคา Power Supply ตัวนี้อีกด้วยซ้ำ .. แต่สำหรับผู้ที่ใช้งานทั่วๆไปยอมรับปัญหาการเกิด Downtime ได้ ก็ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกครับ ใช้ Power Supply บ้านๆไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะทาง FSP ก็มีรุ่นธรรมดาอีกมากมาย ทั้งมาตรฐาน 80 Plus Gold และ 80 Plus Platinum

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น