อุตสาหกรรม NAND Flash ทั่วโลกยังคงได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปี 2025 (4Q25) ตามรายงานล่าสุดของ TrendForce โดยรายได้รวมของผู้ผลิต NAND Flash 5 อันดับแรก เพิ่มขึ้นอย่างมาก 23.8% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) แตะระดับ 21.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหลักมาจากความต้องการ Enterprise SSD ที่พุ่งสูง จากการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ AI ขนาดใหญ่ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในอเมริกาเหนือ (CSPs) ขณะเดียวกัน การขาดแคลน HDD อย่างรุนแรงและระยะเวลารอสินค้าที่ยาวนาน ทำให้ลูกค้าเร่งเปลี่ยนคำสั่งซื้อไปยังโซลูชัน NAND มากขึ้น ส่งผลให้ภาวะอุปทานตึงตัวรุนแรงขึ้น และผลักดันราคาปรับสูงขึ้นโดยตรง หนุนรายได้ผู้ผลิตเพิ่มขึ้น
แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2026 (1Q26) ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานยังคงอยู่ และทำให้ผู้ผลิตมีท่าทีชัดเจนในการปรับขึ้นราคา TrendForce จึงปรับคาดการณ์ใหม่ โดยมองว่าราคา NAND Flash อาจพุ่งขึ้นถึง 85–90% QoQ ใน 1Q26 และรายได้อุตสาหกรรมจะขยายตัวต่อเนื่อง
สรุปผลงานผู้ผลิตรายใหญ่ใน 4Q25:
-
Samsung ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยรายได้ 6.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% QoQ แม้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 28% โดย ASP เพิ่มขึ้นมาก แต่ปริมาณบิตที่จัดส่งลดลงจากฐานที่สูงในไตรมาสก่อนหน้าและผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านกระบวนการผลิต
-
กลุ่ม SK (SK hynix และ Solidigm) เติบโตสูงสุดในกลุ่มท็อป 5 รายได้เพิ่มขึ้น 47.8% QoQ แตะประมาณ 5.21 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 22.1% ขึ้นสู่อันดับ 2 โดยแรงหนุนหลักมาจาก NAND สำหรับมือถือและ Enterprise SSD
-
Kioxia อยู่อันดับ 3 รายได้ 3.31 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16.5% QoQ ทั้งรายได้และปริมาณบิตทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสใหม่ใน 4Q25
-
Micron อันดับ 4 รายได้เกือบ 3.03 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.8% QoQ เดินหน้าขยายกำลังการผลิต QLC และเพิ่มการส่งมอบผลิตภัณฑ์ NAND รุ่นที่ 9 (G9) เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตของปริมาณบิตในปี 2026
-
Sandisk อันดับ 5 รายได้ประมาณ 3.03 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31.1% QoQ อานิสงส์จากภาวะขาดแคลน NAND บริษัทเร่งขยายตลาดเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเดิมเป็นจุดอ่อน ส่งผลให้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
TrendForce ระบุว่า ด้วยข้อจำกัดการขยายกำลังการผลิต NAND ในระยะสั้น และความต้องการ AI ที่ยังพุ่งแรง โมเมนตัมราคามีแนวโน้มแข็งแกร่งตลอดปี 2026 ผู้ผลิตรายใหญ่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี และปรับโฟกัสไปยัง Enterprise SSD แบบ QLC ความจุสูง เช่น 122TB และ 245TB เพื่อตอบโจทย์ความหนาแน่นและแบนด์วิดท์ที่งาน Generative AI ต้องการ
ในอนาคต การจัดสรรกำลังการผลิตจะให้น้ำหนักกับตลาดเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้สินค้าฝั่งผู้บริโภคตึงตัวมากยิ่งขึ้น
ที่มา: TrendForce



