ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Microsoft ผลักดันฟีเจอร์ AI บนระบบปฏิบัติการ Windows 11 อย่างหนัก แต่กลับถูกวิจารณ์ว่าละเลยเรื่องเสถียรภาพของระบบ ทำให้ชาวเน็ตต่างประเทศบางส่วนตั้งฉายาว่า “Microslop” และคำดังกล่าวแพร่กระจายอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย
ล่าสุด มีผู้ใช้พบว่าในเซิร์ฟเวอร์ Discord ทางการของ Microsoft คำว่า “Microslop” ถูกจัดให้เป็น “คำต้องห้าม” (Sensitive Word) และระบบจะบล็อกอัตโนมัติ หากมีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้งอาจถูกเตะออกจากเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านมากขึ้น
คำว่า “Slop” มีความหมายถึงของเสีย น้ำสกปรก หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำ ฉายานี้ถูกใช้วิจารณ์ Microsoft อย่างหนักในโซเชียลต่างประเทศ โดยมองว่าบริษัทพยายามยัดฟีเจอร์ Copilot AI เข้าไปในทุกมุมของ Windows 11 จนรบกวนประสบการณ์ใช้งาน และเปรียบเทียบว่าเหมือน “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ขณะที่ปัญหาเสถียรภาพของระบบกลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
สื่อต่างประเทศ Windows Latest รายงานว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม Microsoft ได้เริ่มควบคุมคำวิจารณ์ใน Discord อย่างจริงจัง ด้วยการเพิ่ม “Microslop” เข้าในรายการคำต้องห้าม และบล็อกโดยอัตโนมัติ หากใช้ซ้ำหลายครั้งจะถูกเตะออกจากเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้กระแสต่อต้านรุนแรงยิ่งขึ้น
ผู้ใช้จำนวนมากจึงหลีกเลี่ยงการบล็อกด้วยการเปลี่ยนตัวอักษร “o” เป็นเลขศูนย์ กลายเป็น “Microsl0p” เพื่อโพสต์ข้อความต่อ ทำให้เกิดเกมแมวจับหนูระหว่างผู้ดูแลกับผู้ใช้ โดย Microsoft ก็ทยอยบล็อกคำดัดแปลงเหล่านี้เพิ่มเติม มาตรการยิ่งเข้มงวดมากขึ้น จนเกิดเสียงวิจารณ์หนักกว่าเดิม
ปัจจุบัน Microsoft ได้จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ ไม่รับสมาชิกใหม่ ซ่อนประวัติข้อความ (History) และปิดการโพสต์ เพื่อควบคุมสถานการณ์
ทาง Windows Latest ได้สอบถามไปยัง Microsoft เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยบริษัทชี้แจงเพียงว่า Discord ของตนถูกโจมตีจากผู้ส่งสแปม ที่พยายามโพสต์เนื้อหาที่เป็นอันตรายและไม่เกี่ยวข้องกับ Copilot เพื่อรบกวนและถล่มช่องทางสื่อสาร มาตรการที่ดำเนินการเป็นเพียงชั่วคราว และหวังให้ผู้ใช้รับมือกับสถานการณ์อย่างมีเหตุผล
ที่มา: Windows Latest



