ยอดใช้จ่ายซื้อวิดีโอเกมแบบแผ่น (Physical) ในสหรัฐฯ ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ถือเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี แม้อัตราการลดลงจะชะลอตัวเหลือ -11% จากเดิม -28% ในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยังคงเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว จากแรงผลักดันของเครื่องเกมรุ่นใหม่ที่ไม่มีช่องใส่แผ่นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
Mat Piscatella นักวิเคราะห์จาก Circana เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมเกมในอนาคต โดยระบุว่าปี 2025 ถือเป็นปีที่ยอดใช้จ่ายเกมแบบแผ่นในสหรัฐฯ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการติดตามข้อมูลเมื่อปี 1995
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา วงการเกมเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างชัดเจน จนผู้ผลิตคอนโซลเริ่มไม่ใส่ไดรฟ์อ่านแผ่นมาเป็นมาตรฐานอีกต่อไป ปัจจุบัน PlayStation 5 รุ่นใหม่ทั้งหมดเป็นแบบไม่มีช่องใส่แผ่น ขณะที่ Microsoft เป็นเจ้าแรกที่เปิดตัวเครื่องดิจิทัลล้วนอย่าง Xbox Series S แนวโน้มฮาร์ดแวร์ลักษณะนี้ยิ่งเร่งให้ผู้บริโภคหันไปซื้อเกมดิจิทัลมากขึ้น และลดการซื้อแผ่นเกมลงต่อเนื่องทุกปี
Piscatella ระบุผ่าน BlueSky ว่า
“ในปี 2025 ยอดใช้จ่ายเกมแผ่นใหม่ในสหรัฐฯ ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 (-8%) และดีกว่าการลดลง -28% ในปี 2024 อย่างมาก”
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการใช้จ่ายรวมอยู่ที่เพียง 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตลอดระยะเวลาที่มีการติดตามข้อมูล
แม้ว่าบริษัทเกมจะผลักดันผู้บริโภคเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มกำไร แต่แผ่นเกมและตลับเกมก็คงยังไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะ Sony ที่ยังมีเหตุผลต้องสนับสนุนสื่อแบบแผ่นเพื่อรองรับลูกค้าในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตยังไม่เสถียร แม้ยอดขายเกมแบบดิจิทัลของ PlayStation จะอยู่ในระดับมากกว่า 70% ติดต่อกันหลายไตรมาสแล้วก็ตาม
PlayStation ยังคงทำรายได้จากเกมแบบแผ่นหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส แต่สองไตรมาสเทศกาลล่าสุด (Q3 ปี 2024 และ Q3 ปี 2025) ก็มีรายได้ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ
ที่มา: TweakTown



