ต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังทำให้ผู้ซื้อพีซีระดับเริ่มต้น (Entry-Level) เข้าถึงตลาดได้ยากขึ้น และอาจทำให้เซกเมนต์นี้หายไปทั้งหมด
ตามรายงานของบริษัทวิเคราะห์ตลาด Gartner ระบุว่า พีซีราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์อาจหายไปจากตลาดภายในปี 2028
การวิเคราะห์ชี้ว่า ต้นทุนหน่วยความจำซึ่งในปี 2025 คิดเป็นเพียง 16% ของต้นทุนรวม (BOM) ของพีซี จะเพิ่มขึ้นเป็นราว 23% ของต้นทุนทั้งหมด ทำให้พีซีระดับเริ่มต้นไม่คุ้มค่าต่อการผลิตอีกต่อไป
Ranjit Atwal นักวิเคราะห์อาวุโสของ Gartner ระบุว่า
“ต้นทุนที่พุ่งสูงนี้ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับต้นทุนแทนลูกค้าได้อีก ส่งผลให้โน้ตบุ๊กกำไรต่ำในกลุ่ม Entry-Level ไม่สามารถทำตลาดได้ และเราคาดว่าเซกเมนต์พีซีต่ำกว่า 500 ดอลลาร์จะหายไปภายในปี 2028”
เขายังเสริมว่า ราคาพีซี AI ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้การเข้าถึงตลาด 50% ของ AI PC ถูกเลื่อนออกไปจนถึงปี 2028 เช่นกัน
ที่ผ่านมา เราได้เห็นการปรับขึ้นราคาของชิ้นส่วนหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น DRAM, NAND Flash และ GPU เมื่อผู้ผลิตไม่สามารถทำกำไรได้ในตลาดต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ เซกเมนต์นี้จึงมีความเสี่ยงจะหายไปจากตลาดหลัก
แนวคิด “คอมประกอบงบประหยัด” อาจกลายเป็นเรื่องในอดีต และพีซีส่วนใหญ่จะขยับขึ้นไปอยู่ในช่วงราคาสูงกว่าระดับดังกล่าว ใกล้หรือทะลุหลักพันดอลลาร์
Gartner คาดว่าราคา DRAM และ NAND Flash รวมกันจะเพิ่มขึ้นประมาณ 130% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะดันราคาพีซีสูงขึ้นราว 17% เมื่อเทียบกับปี 2025 และจะผลักดันทั้งผู้บริโภคและองค์กรไปสู่พีซีระดับพรีเมียมมากขึ้น
ท้ายที่สุด บริษัทประเมินว่ายอดจัดส่งพีซีทั่วโลกในปี 2026 จะลดลง 10.4% เมื่อเทียบกับปี 2025 จากผลกระทบของราคาหน่วยความจำและสตอเรจที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาขาดแคลน
แม้จำนวนเครื่องที่ขายได้อาจลดลง แต่รายได้รวมของผู้ผลิต (OEM) อาจยังทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของปีนี้ยังต้องจับตา เพราะสัญญาณเบื้องต้นไม่ได้สดใสนัก
ที่มา: Gartner



