ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เผยแพร่บทความแนะนำว่า พีซีสำหรับเล่นเกมที่ใช้
Windows 11 ควรมี RAM 32GB เพื่อเป็นการอัปเกรดแบบ “no worries” สำหรับผู้ใช้ที่ต้องรันงานหนัก เช่น เล่นเกม AAA พร้อมเปิด
Discord และแอปอื่นเบื้องหลังไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากบทความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็เกิดกระแสตอบรับเชิงลบจากเกมเมอร์จำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าคำแนะนำนี้เกินความจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาด DRAM กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนและราคาพุ่งสูงอย่างหนัก
หลังบทความถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง Microsoft ได้ลบบทความดังกล่าวออกทั้งหมดแล้ว
ปัจจุบันเมื่อกดลิงก์เดิม ระบบจะ redirect ไปยังหน้า
Windows Learning Center ซึ่งเป็นหน้ารวมบทความทั่วไปเกี่ยวกับการใช้งาน Windows 11 โดยไม่เหลือเนื้อหาต้นฉบับอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยให้คำมั่นว่าจะปรับปรุง Windows 11 ให้ดีขึ้นในหลายด้าน เช่น
- ประสิทธิภาพโดยรวม
- ความสม่ำเสมอของ UI
- การใช้ RAM ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บริษัทระบุว่ากำลังใช้ feedback จากกลุ่ม Insider, telemetry analytics และ focus groups เพื่อปรับแต่งระบบให้ดีขึ้น
เมื่อต้นปี Microsoft ยังสัญญาว่าจะแก้ปัญหาที่ผู้ใช้ร้องเรียนมานาน เช่น การจัดการหน่วยความจำที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
แต่จนถึงตอนนี้ การปรับปรุงเหล่านั้นยังไม่ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
ทำให้หลายคนมองว่าการออกมาแนะนำ RAM 32GB เป็นเหมือนการผลักภาระให้ผู้ใช้แก้ปัญหาด้วยการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ แทนที่จะปรับปรุงตัวระบบปฏิบัติการเอง
อีกประเด็นสำคัญคือ ต้นทุนของ RAM ในปัจจุบันสูงมาก
โดยรายงานระบุว่า
- ชุด RAM DDR4 32GB มีราคาประมาณ 200 ดอลลาร์ขึ้นไป
- ส่วน DDR5 32GB อยู่ราว 360–400 ดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้น
สำหรับเกมเมอร์ทั่วไป โดยเฉพาะสาย budget หรือ entry-level ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ยาก
การลบบทความครั้งนี้จึงถูกมองว่า Microsoft รับรู้ถึงกระแสไม่พอใจของผู้ใช้ และอาจพยายามลดแรงกดดันจากคำแนะนำที่ถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดปัจจุบัน
ที่มา: TechPowerUp



