AMD ขยายไลน์โปรเซสเซอร์ Ryzen AI Embedded P100 รองรับ Edge AI และระบบอัตโนมัติยุคใหม่
ระบบอัตโนมัติในโรงงาน หุ่นยนต์เคลื่อนที่ และแอปพลิเคชัน Edge AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความต้องการแพลตฟอร์มประมวลผลที่สามารถทำงาน AI แบบเรียลไทม์ มีประสิทธิภาพคงที่ และมีความเสถียรสำหรับการทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว บริษัท AMD จึงได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ryzen AI Embedded P100 Series โดยเพิ่มรุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก ได้แก่
-
จำนวนคอร์ CPU เพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่า
-
พลังประมวลผลของ GPU เพิ่มขึ้นสูงสุด 8 เท่า
-
ประสิทธิภาพระบบโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 36% (วัดเป็น TOPS)
พลังประมวลผล AI ที่ปรับขยายได้สำหรับงานหนัก
โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้มาพร้อม
-
CPU “Zen 5” จำนวน 8–12 คอร์
-
พลังประมวลผล AI สูงสุด 80 TOPS
-
GPU สถาปัตยกรรม AMD RDNA 3.5 สำหรับงานกราฟิกและการแสดงผลแบบเรียลไทม์
-
NPU สำหรับ AI inference ที่ประหยัดพลังงานและมี latency ต่ำ โดยใช้สถาปัตยกรรม AMD XDNA 2
ทั้งหมดถูกรวมอยู่ใน ชิปเดียว
ตัวอย่างการใช้งานในอุตสาหกรรม
โปรเซสเซอร์ x86 สำหรับระบบฝังตัวรุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาสำหรับงาน Edge AI และระบบอุตสาหกรรมยุคถัดไป
1. Machine Vision สำหรับโรงงานอัจฉริยะ
ชิปสามารถรวมการทำงานของ
-
PLC (Programmable Logic Controller)
-
ระบบ Machine Vision
-
อินเทอร์เฟซ HMI
ไว้ใน Industrial PC เครื่องเดียว
GPU และ NPU ช่วยเร่งการประมวลผลกล้องหลายตัว พร้อมตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ด้วยโมเดล AI เช่น
DeepSORT, RAFT-Stereo, CenterPoint, GDR-Net, PaDiM และ Llama 3.2-Vision
2. Physical AI สำหรับหุ่นยนต์อัตโนมัติ
ในหุ่นยนต์เคลื่อนที่
-
CPU ใช้จัดการ การนำทางและการควบคุมการเคลื่อนไหว
-
GPU ประมวลผลภาพจากกล้องหลายตัวสำหรับ Visual SLAM และ Spatial Awareness
-
NPU ทำงาน AI ตลอดเวลา เช่น ตรวจจับวัตถุและเข้าใจฉาก
โมเดลที่ใช้ได้ เช่น
YOLOv12 และ MobileSAM
3. การแพทย์และภาพ 3 มิติ
ชิปสามารถใช้ในระบบ
-
อัลตราซาวด์ 3D
-
กล้องส่องตรวจภายใน
-
การจำแนกเนื้อเยื่อ
-
การตรวจจับเนื้องอก
ด้วยโมเดล AI เช่น
U-Net, nnU-Net และ MONAI
รวมถึงช่วยสร้างรายงานทางการแพทย์อัตโนมัติด้วย MedSigLIP และรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Med-PaLM 2
ประสิทธิภาพสูงขึ้นจากรุ่นก่อน
เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้า Ryzen Embedded 8000 Series
-
ประสิทธิภาพแบบมัลติเธรดเพิ่มขึ้นสูงสุด 39%
-
พลังประมวลผล AI รวมเพิ่มขึ้นสูงสุด 2.1 เท่า
นอกจากนี้ยังรองรับ
-
เครื่องเสมือน (Virtual Machines) มากขึ้นเกือบ 2 เท่า
-
โมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น Llama 3.2-Vision 11B
รองรับระบบซอฟต์แวร์ ROCm
โปรเซสเซอร์นี้รองรับระบบซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ROCm ของ AMD
นักพัฒนาสามารถใช้เฟรมเวิร์ก AI มาตรฐาน พร้อมคอมไพเลอร์ ไลบรารี และ runtime แบบโอเพนซอร์สได้ทันที โดยไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่
ROCm ใช้ระบบโปรแกรมมิง HIP (Heterogeneous-computing Interface for Portability) ที่ช่วยลดการผูกขาดฮาร์ดแวร์จากผู้ผลิตรายเดียว
รองรับระบบ Virtualization สำหรับงานอุตสาหกรรม
แพลตฟอร์มนี้ใช้ Xen Hypervisor เพื่อรันระบบปฏิบัติการหลายตัวพร้อมกัน เช่น
-
Linux
-
Windows
-
Ubuntu
-
RTOS
แต่ละระบบถูกแยกออกจากกัน เพื่อให้ได้ทั้ง ความปลอดภัย ความเสถียร และประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์
พันธมิตรอุตสาหกรรม
ผู้ผลิตระบบที่เตรียมนำโปรเซสเซอร์นี้ไปใช้ ได้แก่
-
Advantech
-
congatec
-
Kontron
ซึ่งจะนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อย่าง
Computer-on-Module, Single Board Computer และระบบ Edge AI
กำหนดการวางจำหน่าย
-
รุ่น 8–12 คอร์ : กำลังอยู่ในช่วงทดสอบ (sampling) และคาดว่าจะเริ่มผลิตจริง กรกฎาคม 2026
-
รุ่น 4–6 คอร์ : เริ่มทดสอบแล้ว และคาดว่าจะเริ่มผลิต ไตรมาส 2 ปี 2026
โปรเซสเซอร์ Ryzen AI Embedded P100 Series ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ AMD ในการผลักดัน Edge AI และระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมยุคใหม่
ที่มา: AMD



