ถ้าพูดกันถึง NVIDIA และถามว่าโปรดักส์ประเภทไหนเข้ามาในหัวเป็นอย่างแรก ผมมั่นใจได้เลยว่าแทบทุกคนจะต้องตอบว่าการ์ดจอ GeForce เพราะมันเป็นชื่อที่ถูกโปรโมทกันอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงจำนวนผู้ใช้ก็มากพอที่จะทำให้คนได้ยินมันอยู่ประจำ .. และก็คงไม่แปลกครับ ถ้า GeForce นั้นเป็นโปรดักส์ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท NVIDIA อย่างมหาศาล
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้มันจะเป็นโปรดักส์ที่เรานึกถึงมากที่สุด แต่มันกลับไม่ใช่รายได้หลักของบริษัทแต่อย่างใด .. จากวันพุธที่ผ่านมานั้น NVIDIA ก็ได้มีการเผยผลประกอบการของไตรมาส 2 โดยรายได้ทั้งหมดนั้นจะประกอบไปด้วยเม็ดเงินกว่า $3.86 พันล้าน แต่ถ้าแบ่งกันจริงๆแล้วกลุ่ม Data Center จะเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้มากที่สุด ไม่ใช่กลุ่มตลาด Gaming อย่างที่หลายๆคนคิดกัน
กลุ่ม Data Center เองก็มีการเติบโตกว่า 54% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งตลาดนี้สร้างเม็ดเงินรวมราวๆ $1.74 พันล้าน ในขณะที่กลุ่ม Gaming ก็โตขึ้นมากว่าไตรมาสที่แล้วประมาณ 24% เช่นเดียวกัน เพียงแค่รายได้รวมของกลุ่ม Gaming นั้นจะอยู่ที่ $1.65 พันล้าน และกลุ่ม Gaming ที่ว่านี้ไม่ใช่แค่การ์ดจอ GeForce เพียงอย่างเดียว แต่จะรวมไปถึง Cloud Gaming Service อย่าง GeForce NOW ด้วยเช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้ตลาด Data Center ของ NVIDIA โตก้คือ Mellanox ระบบ Network Infrastructure ที่ทางบริษัทได้มา รวมไปถึงการเอา NVIDIA A100 Tensor Core GPU เข้ามาใช้ใน Super Computer ที่โฟกัสการทำงานด้าน AI ด้วย
ถ้าถามความเห็นส่วนตัวจากผมเอง มันก็ไม่น่าแปลกใจอะไร .. เพราะว่า NVIDIA นั้นไม่ได้มีการเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ในกลุ่ม GeForce มาซักพักแล้ว ล่าสุดก็เป็นการ์ดจอตระกูล SUPER ที่ยังคงใช้พื้นฐานเดียวกับการ์ดจอ Turing ที่เปิดตัวไปนานมาแล้วนั่นเอง บวกกับข่าวที่ว่า NVIDIA จะมีการเปิดตัวการ์ดจอ Gaming รุ่นใหม่ในระยะเวลาอันสั้นนี้ / แต่ทางฝั่ง Data Center ทาง NVIDIA เองนั้นมีการเปิดตัวการ์ดจอสถาปัตยกรรมใหม่เลย อย่างเช่น A100 ที่ทำประสิทธิภาพด้านการประมวลผลได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอยู่พอสมควร จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีการเติบโตของยอดขาย เมื่อมีการเริ่มจำหน่ายสินค้ารุ่นใหม่
ข้อมูล : TechPowerUp



