Intel ได้ขยายการรองรับ XeSS 3 Multi Frame Generation (MFG) ผ่านไดรเวอร์เวอร์ชัน 32.0.101.8509 WHQL
โดยในบันทึกการอัปเดตระบุว่า ตอนนี้รองรับแพลตฟอร์มมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการ์ดจอแยก Arc B-Series, Arc A-Series และ iGPU บางรุ่นของ Core Ultra แล้ว
สื่อ PC Games Hardware ได้ทดสอบฟีเจอร์นี้กับ Arc A770 16GB และ Arc B580 12GB ในเกมทั้งหมด 7 เกม ที่ความละเอียด 2560 × 1440 พร้อมตั้งค่า XeSS ระดับ Quality
แนวทางการทดสอบคือ ตั้งค่าเฟรมเรตพื้นฐานไว้ราว 60 FPS (โดยไม่ใช้ Frame Generation) แล้วจึงเพิ่มเป็นโหมด:
-
2× Frame Generation
-
โหมด Override ของไดรเวอร์ที่ขยายเป็น 3× และ 4× Multi-Frame Generation
ผลทดสอบที่ได้
Arc A770 มีเฟรมเรตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเปิดใช้ Multi-Frame Generation เมื่อเทียบกับการเรนเดอร์แบบ Native:
-
ใน Assassin’s Creed Shadows
-
เพิ่ม +81% เมื่อใช้ 2× FG
-
เพิ่มสูงสุดถึง +219% เมื่อใช้ 4× MFG
-
-
ฝั่ง Arc B580 ได้ผลใกล้เคียงกันที่
-
+83% และสูงสุด +228% ในเกมเดียวกัน
-
จุดแลกเปลี่ยน: Latency
ข้อเสียหลักของการสร้างเฟรมเพิ่มคือค่า Latency ที่สูงขึ้น
Intel จึงจับคู่ฟีเจอร์นี้กับ XeLL (โหมดลดความหน่วง) คล้ายกับที่ NVIDIA ใช้ Reflex ควบคู่ Frame Generation
จากการวัดค่า “PC Latency” พบว่า XeLL สามารถลดความหน่วงได้มากพอที่จะชดเชยดีเลย์จากการเพิ่มเฟรมในหลายกรณี รวมถึงใน Cyberpunk 2077
ข้อจำกัดที่ยังมี
-
MFG ไม่ใช่ยาวิเศษ ใช้ได้เฉพาะเกมที่รองรับ XeSS Frame Generation อยู่แล้ว
-
การเปลี่ยนโหมดต้องรีสตาร์ตเกมใหม่
-
อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่มม็อดเดอร์อาจแก้ข้อจำกัดเหล่านี้ได้ในอนาคต
สรุป: เทคโนโลยีนี้ช่วยยืดอายุ Arc A770 ได้จริง ทำให้การ์ดรุ่นเก่ากลับมาแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด — แต่จะเห็นผลก็ต่อเมื่อเกมนั้นรองรับ XeSS เท่านั้น และยังขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่น “อยากใช้ Frame Generation” มากแค่ไหน.
ที่มา: VideoCardz



