ตามรายงานใหม่จากบริษัทวิจัยตลาด Jon Peddie Research (JPR) ระบุว่า NVIDIA ยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มการ์ดจอ AIB GPU (Add-in Board) อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 94% เพิ่มขึ้น 1.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และถือเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในรายงานช่วงหลัง
ในขณะเดียวกัน AMD มีส่วนแบ่งตลาดลดลง 1.6% เหลือเพียง 5% ซึ่งดูเหมือนว่าส่วนแบ่งที่ลดลงนี้จะถูกชิงไปโดยพันธมิตรผู้ผลิตการ์ดจอของ NVIDIA
โดยรวมแล้ว JPR ระบุว่า ตลาดการ์ดจอ AIB มียอดขายประมาณ 11.5 ล้านใบในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ลดลงจากไตรมาสที่ 3 ราว 500,000 ใบ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 ที่มียอดขาย 8.45 ล้านใบ ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 36%
JPR อธิบายว่าสาเหตุที่ยอดจัดส่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจาก
-
ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
-
ภาษีนำเข้าที่กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ซึ่งทำให้ต้นทุนของการ์ดจอแบบแยก (Discrete GPU) ที่ใช้หน่วยความจำ GDDR7 และ GDDR6 มีราคาสูงขึ้น
ในส่วนของ Intel ส่วนแบ่งตลาดการ์ดจอ AIB ยังคงอยู่ที่ประมาณ 1% ใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดระดับเลขหลักเดียวเป็นครั้งแรกหลังเปิดตัวการ์ดจอ Arc “Alchemist” สำหรับเกมเมอร์
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า Intel ยังรักษาความต้องการในตลาดได้ค่อนข้างคงที่ โดยเกมเมอร์ยังคงเลือกใช้การ์ดจอ Intel ในอัตราใกล้เคียงเดิม อย่างไรก็ตาม หาก Intel ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น อาจต้องเปิดตัว GPU รุ่นใหม่เพิ่มเติม เช่น การ์ดจอที่หลายคนคาดหวังอย่าง Battlemage B770
สำหรับการเปลี่ยนแปลงของส่วนแบ่งตลาดระหว่างผู้ผลิต GPU นั้น ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่เกมเมอร์กำลังพบเจอในตลาดจริง เช่น
-
AMD รองรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง FSR 4 “Redstone” เฉพาะในการ์ดจอ Radeon RX 9000 series เท่านั้น ทำให้การ์ดรุ่นเก่าหลายรุ่นไม่ได้รับการสนับสนุน
-
สถาปัตยกรรม RDNA 4 ของ AMD ยังแข่งขันกับ NVIDIA ได้เพียงใน กลุ่มระดับกลาง (Mid-range) โดยไม่มีการ์ดจอระดับไฮเอนด์ในเจเนอเรชันนี้
-
Intel เองก็ยังต้องเผชิญความท้าทายในตลาดการ์ดจอระดับกลางเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้ว่าการเปิดตัว GPU รุ่นใหม่ในอนาคตของ AMD และ Intel อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างส่วนแบ่งตลาดได้ แต่ในตอนนี้ NVIDIA ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน
ที่มา: TechPowerUp



