ระบบ AI รุ่นถัดไปของ NVIDIA ภายใต้โค้ดเนม “Vera Rubin” มีกำหนดเริ่มจัดส่งในช่วงปลายฤดูร้อน โดยจะมาในรูปแบบโซลูชันระดับแร็ก VR200 NVL72 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนโมเดล AI เจเนอเรชันใหม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ผลิตหน่วยความจำทุกรายที่จะผ่านการคัดเลือกสำหรับ HBM4 ในดีไซน์นี้ โดยมีรายงานว่า Micron หลุดจากสมการ เหลือเพียง Samsung และ SK hynix เท่านั้นที่ได้เป็นซัพพลายเออร์ HBM4
ตามบันทึกข้อมูลจากแหล่งสถาบันที่รั่วไหลของ SemiAnalysis ซึ่งติดตามซัพพลายเชนอย่างละเอียด ระบุว่า SK hynix จะเป็นผู้จัดหา HBM4 ประมาณ 70% สำหรับระบบ VR200 NVL72 ขณะที่ Samsung รับไปอีกราว 30% ส่วน Micron ไม่มีการผูกมัด (zero commitment) สำหรับการจัดหา HBM4 เลยในรอบนี้
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ได้หมายความว่า Micron จะไม่มีบทบาทในระบบ VR200 NVL72 ทั้งหมด แทนที่จะเป็น HBM4 บริษัทจะเป็นผู้จัดหา หน่วยความจำ LPDDR5X สำหรับซีพียู “Vera” ซึ่งสามารถติดตั้ง LPDDR5X ได้สูงสุดถึง 1.5 TB ช่วยชดเชยสัดส่วนที่หายไปจาก HBM4
มีความเป็นไปได้ว่า Micron ไม่ผ่านการรับรองสำหรับการอัปเกรดระบบครั้งใหญ่ของ NVIDIA ใน VR200 NVL72 ซึ่งสเปกระบบถูกยกระดับจากเป้าหมายแบนด์วิดท์ 13 TB/s ในเดือนมีนาคม 2025 เป็น 20.5 TB/s ในเดือนกันยายน และในงาน CES 2026 NVIDIA ยืนยันว่า VR200 NVL72 ทำงานได้ที่ 22 TB/s แล้ว คิดเป็นการเพิ่มแบนด์วิดท์เกือบ 70% จากการเร่งสเปกหน่วยความจำอย่างเข้มข้นที่ NVIDIA เรียกร้องจากผู้ผลิตหน่วยความจำ
ซีพียู “Vera” ที่ใช้หน่วยความจำ LPDDR5X จะทำงานบนแพลตฟอร์ม SOCAMM2 LPDDR5X ซึ่ง Micron น่าจะเป็นผู้จัดหารายใหญ่ หรืออาจถึงขั้นเป็นผู้จัดหารายเดียว เมื่อ NVIDIA วางตำแหน่งซีพียูเหล่านี้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Intel Xeon และ AMD EPYC ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ ระบบจึงจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำ SOCAMM2 ซึ่ง Micron มีบทบาทสำคัญอยู่แล้ว
ดังนั้น การไม่ได้อยู่ในส่วนของ HBM4 จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายทั้งหมดสำหรับ Micron เพราะบริษัทยังสามารถแข่งขันและมีบทบาทสำคัญในองค์ประกอบอื่นของระบบ Vera Rubin ได้เช่นกัน
ที่มา: TechPowerUp



