NVIDIA รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2025 ด้วยรายได้รวมมหาศาล 215.9 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะไตรมาส 4 เพียงไตรมาสเดียวทำรายได้ถึง 68.1 พันล้านดอลลาร์
ภายหลังการประกาศผลประกอบการ บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างแร็กเซิร์ฟเวอร์ “Vera Rubin” VR200 ให้ลูกค้าแล้ว และจะเริ่มจัดส่งเชิงพาณิชย์ (volume shipping) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
แพลตฟอร์ม Vera Rubin ประกอบด้วย:
-
Vera CPU
-
Rubin GPU
-
NVLink 6 switch
-
ConnectX-9 SuperNIC
-
BlueField-4 DPU
-
Spectrum-6 Ethernet switch
NVIDIA ระบุว่าแพลตฟอร์มใหม่นี้จะรองรับโมเดล AI ระดับ “ล้านล้านพารามิเตอร์” (trillion-parameter models) โดยใช้จำนวน GPU เพียงหนึ่งในสี่เมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม “Blackwell” รุ่นก่อนหน้า และช่วยลดต้นทุนการประมวลผล inference ได้สูงสุดถึง 10 เท่า
Colette Kress CFO ของ NVIDIA กล่าวว่า บริษัทได้จัดส่งตัวอย่าง Vera Rubin ให้ลูกค้าเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังคงเป็นไปตามแผนที่จะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ ด้วยดีไซน์แบบ modular และ tray ที่ไม่ต้องใช้สายเคเบิล Rubin จะมีความทนทาน (resiliency) และการบำรุงรักษาที่ดีกว่า Blackwell และคาดว่าผู้พัฒนาโมเดลคลาวด์ทุกรายจะนำ Vera Rubin ไปใช้งาน
ในด้านสเปกระดับฮาร์ดคอร์
-
Rubin GPU หนึ่งตัวให้พลังประมวลผล 50 PetaFLOPS แบบ FP4
-
ซูเปอร์ชิปแบบสอง GPU ให้พลังรวมราว 100 PetaFLOPS FP4
-
แต่ละ GPU ใช้ compute chiplet ขนาดระดับ reticle จำนวน 2 ชุด
-
จับคู่กับหน่วยความจำ HBM4 จำนวน 8 สแตก
-
ให้ความจุ 288GB HBM4 ต่อ GPU หรือ 576GB ต่อ Superchip
ฝั่ง Vera CPU มาพร้อมคอร์ Armv9.2 “Olympus” แบบคัสตอมจำนวน 88 คอร์ รองรับ 172 เธรด และรองรับหน่วยความจำ LPDDR5X สูงสุดถึง 1.5TB ในรูปแบบ SOCAMM
ระหว่างการประชุมผลประกอบการ NVIDIA ยังย้ำว่าคาดว่าผู้ให้บริการคลาวด์ทุกรายจะมีการติดตั้ง Vera Rubin ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการระบบระดับแร็กสเกลนี้อยู่ในระดับสูงตั้งแต่ก่อนเริ่มวางจำหน่ายจริง
ที่มา: TechPowerUp



