TBN ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ชูโมเดล End-to-End Lending มาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มั่นใจพื้นฐานแกร่งด้วยงานในมือ (Backlog) รวม 274 ล้านบาท พร้อมรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) เกินกว่า 50% ของรายได้รวม เตรียมทะยานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนหลังผ่านจุดปรับฐาน พร้อมชี้แจงผลประกอบการครึ่งปีแรกเป็นการปรับฐานต้นทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว เผยช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการรับรู้รายได้ในกลุ่มโซลูชันใหม่ๆ และการปรับองค์กรให้คล่องตัวขึ้น มั่นใจว่าปีหน้าเป็นปีแห่งการเทิร์นอะราวด์
นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN ผู้นำด้าน Intelligent Digital Platform เปิดเผยว่า ภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของภาคธุรกิจยังคงมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ มีความระมัดระวังในการพิจารณาและเริ่มโครงการใหม่ ส่งผลให้องค์กรหันมาให้ความสำคัญและจัดสรรการลงทุนด้าน enterprise business solution มากขึ้นโดยมุ่งเน้นที่ End-to-End Lending Solution (โซลูชันบริหารจัดการสินเชื่อแบบครบวงจร) ตั้งแต่ Loan origination (ระบบบริหารกระบวนการขอและอนุมัติสินเชื่อ), Loan management (ระบบบริหารจัดการสินเชื่อ) Debt collection (ระบบบริหารจัดการและติดตามทวงถามหนี้) Litigation (ระบบบริหารจัดการงานดำเนินคดี) จนถึง NPA/NPL (ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์รอการขาย NPA และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ NPL) การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ทิศทางและลำดับความสำคัญของการลงทุนเปลี่ยนไป
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 167.91 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยสาเหตุหลักมาจากปริมาณงานที่ลดลง จากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม TBN ได้เริ่มปรับทิศทางกลยุทธ์โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันบริหารจัดการสินเชื่อแบบครบวงจร ซึ่งเป็นจุดแข็งที่บริษัทสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง และสอดรับกับแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้น โดยในปัจจุบันเริ่มมีโอกาสทางธุรกิจใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 19.07 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายค่าชดเชยพนักงานจากการปรับลดอัตรากำลังคนอันเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time Expense) จำนวน 7.12 ล้านบาท
ทั้งนี้ ณ ครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมี Backlog รวม 274 ล้านบาท แบ่งเป็นงานพัฒนาระบบดิจิทัลและที่ปรึกษา 32 ล้านบาท งานบำรุงรักษาระบบและสนับสนุนเทคโนโลยี 225 ล้านบาท และงานอื่น ๆ อีก 17 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ตามแผนดำเนินโครงการภายในปีนี้ประมาณ 123 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 151 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปีถัดไป
นายปนายุ กล่าวถึงทิศทางของ TBN ในปี 2569 ว่า ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างภายในเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน แม้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการเข้ามาของเทคโนโลยี Generative AI ที่ดิสรัปต์อุตสาหกรรมไอทีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่มสถาบันการเงินซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักมีความระมัดระวังในการลงทุน อย่างไรก็ตาม TBN ได้ปรับตัวเชิงรุกด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารสินเชื่อแบบครบวงจรและฐานลูกค้าเดิมด้าน BFSI เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
“ไฮไลต์สำคัญของกลยุทธ์ใหม่คือการนำเสนอระบบ “End-to-End Lending” หรือโซลูชันการจัดการสินเชื่อครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการขอสินเชื่อ การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงระบบติดตามทวงถามหนี้ และการบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปัจจุบันที่พุ่งสูงขึ้น โซลูชันนี้จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถเพิ่มอัตราการเรียกเก็บหนี้ และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าชัดเจน” นายปนายุ กล่าวเสริม
ปัจจุบัน TBN มีโครงสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยมีสัดส่วนลูกค้าภาคเอกชนสูงถึง 90% ซึ่งกว่า 50% เป็นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ บริษัทมี Backlog มูลค่ารวมกว่า 274 ล้านบาท โดยแต่ละโครงการมีระยะเวลาสัญญาเฉลี่ย 3 - 5 ปี ซึ่งจะช่วยสร้าง Recurring Income ในระยะยาวและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด
นอกเหนือจากการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) แล้ว TBN ยังคงมองหาโอกาสในการขยาย Ecosystem ผ่านการร่วมทุน (Joint Venture) และการควบรวมกิจการอย่างระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีผลประกอบการดีและมีเทคโนโลยีที่สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น
“เราคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการรับรู้รายได้ในกลุ่มโซลูชันใหม่ ๆ และจากการปรับโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัวขึ้น TBN มั่นใจว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเติบโตที่ชัดเจน ด้วยความพร้อมในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยองค์กรขนาดใหญ่เพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ผ่าน Business Solution อย่างยั่งยืน” นายปนายุ กล่าวทิ้งท้าย



