ข้อมูลล่าสุดจาก StatCounter แสดงให้เห็นว่า Windows 11 กำลังก้าวขึ้นมาครองความนิยมบนเดสก์ท็อปอย่างชัดเจน โดยตัวเลขระบุว่า Windows 11 มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 72.78% ขณะที่ Windows 10 ลดลงเหลือ 26.27% ซึ่งช่องว่างดังกล่าวขยายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2025 ที่ตอนนั้น Windows 11 เพิ่งข้ามหลัก 50% เล็กน้อย และ Windows 10 ยังมีสัดส่วนผู้ใช้งานสูงกว่านี้มาก
ช่วงเวลานี้มีความสำคัญ เนื่องจาก Microsoft เปิดตัว Windows 11 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 แต่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะสามารถแย่งส่วนแบ่งจาก Windows 10 ได้อย่างจริงจัง รายงานของ Tom’s Hardware ชี้ว่าจุดเปลี่ยนน่าจะเกิดขึ้นหลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 ซึ่งแรงกดดันจากนโยบายและกำหนดสิ้นสุดซัพพอร์ต ส่งผลมากกว่าการอัปเดตฟีเจอร์เสียอีก
สำหรับผู้ใช้จำนวนมาก การ “อัปเกรด” ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจทั้งหมด เพราะเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่ Windows 11 มักติดตั้งมาให้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ทำให้ส่วนแบ่งตลาดขยับขึ้นโดยอัตโนมัติ
รายงานยังกล่าวถึงอุปสรรคสำคัญสองประการที่เคยทำให้ Windows 11 เติบโตช้า
-
ข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ที่เข้มงวด — ทำให้พีซีเก่าจำนวนมากไม่สามารถอัปเกรดได้ แม้ยังใช้งานได้ดี
-
ความยุ่งยากด้านบัญชีผู้ใช้ — ขั้นตอนติดตั้งที่ผลักดันให้ใช้บัญชี Microsoft ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มไม่พอใจในเรื่องความเป็นส่วนตัวและการควบคุมระบบ
แม้ผู้ใช้บางส่วนพยายามหาวิธีเลี่ยงข้อจำกัดเหล่านี้ แต่ Microsoft ก็พยายามปิดช่องทางเหล่านั้นมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าผู้ใช้มีอำนาจควบคุมระบบของตนเองน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เลือกไปต่อกับ Windows 11 บทความระบุว่าผู้ใช้ Windows 10 บางส่วนเลือกย้ายไป macOS หรือ Linux แทน แทนที่จะเข้าร่วมกระแส “AI PC” และ Copilot+ PC ที่เริ่มผลักดันตั้งแต่กลางปี 2024
ถึงกระนั้น แนวโน้มส่วนแบ่งตลาดโดยรวมก็ยังชี้ชัดว่า Windows 11 กำลังรวบอำนาจในตลาดอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Windows 11 จะเติบโต แต่ก็ยังเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องคุณภาพการอัปเดต รายงานยกตัวอย่างปัญหาต่าง ๆ เช่น
-
องค์ประกอบ UI หายไปในหน้าล็อกอิน
-
ประสิทธิภาพเกมลดลงในบางระบบที่ใช้การ์ดจอ Nvidia
-
การแจ้งเตือน BitLocker Recovery แบบไม่คาดคิด
-
ข้อจำกัดในการควบคุมพีซีใน Windows Recovery Environment
-
ไปจนถึงกรณีบูตไม่ขึ้นหลังอัปเดตความปลอดภัย
แม้ Microsoft จะระบุว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่ภาพรวมสะท้อนว่า การเติบโตของ Windows 11 ไม่ได้มาจากกระแสความนิยมแบบถล่มทลาย หากเกิดจากแรงกดดันด้านเวลา วงจรเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ และพื้นที่ที่เหลือน้อยลงสำหรับการอยู่กับ Windows 10 มากกว่า
ที่มา: Tom's Hardware



