Microsoft ระงับอัปเดต Secure Boot บางเครื่อง หลังพบปัญหาเสี่ยงบูตไม่ขึ้นและติดหน้า BitLocker Recovery
Microsoft ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า พบปัญหาในการอัปเดตใบรับรอง Secure Boot บนคอมพิวเตอร์ Windows 11 บางรุ่น ส่งผลให้การอัปเดตล้มเหลวหรือถูกระบบบล็อก เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เกิดปัญหาร้ายแรง เช่น บูตไม่ขึ้น หรือติดอยู่ที่หน้าจอ BitLocker Recovery
ขณะนี้ Microsoft ได้ตัดสินใจ ระงับการปล่อยอัปเดต Secure Boot ให้กับอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบชั่วคราว พร้อมร่วมมือกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ (OEM) เพื่อพัฒนาเฟิร์มแวร์และ BIOS เวอร์ชันใหม่สำหรับแก้ไขปัญหา
Secure Boot คืออะไร และทำไมต้องอัปเดต
Secure Boot เป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานภายในเฟิร์มแวร์ UEFI ของเมนบอร์ด มีหน้าที่ตรวจสอบว่าในระหว่างการเปิดเครื่อง จะมีการโหลดเฉพาะซอฟต์แวร์และ Boot Loader ที่ได้รับการรับรองจาก Microsoft เท่านั้น เพื่อป้องกันมัลแวร์หรือ Rootkit เข้าควบคุมระบบตั้งแต่ก่อน Windows เริ่มทำงาน
เนื่องจากใบรับรอง Secure Boot ที่ Microsoft ออกไว้ตั้งแต่ปี 2011 หรือก่อนหน้านั้นได้หมดอายุแล้ว จึงจำเป็นต้องอัปเดตใบรับรองใหม่สำหรับเครื่องที่ใช้งาน Windows 10 และ Windows 11 เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบในระยะยาว
ปัญหาความเข้ากันได้ทำให้การอัปเดตล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม Microsoft และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์พบว่า คอมพิวเตอร์บางรุ่นมีปัญหาความเข้ากันได้ระหว่างเฟิร์มแวร์ UEFI กับกระบวนการอัปเดตใบรับรอง Secure Boot
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- เครื่องบูตเข้าสู่หน้า BitLocker Recovery
- ไม่สามารถเขียนใบรับรอง Secure Boot ปี 2023 ลงในเฟิร์มแวร์ได้
- เสี่ยงต่อการบูตระบบผิดปกติในบางกรณี
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ได้รับผลกระทบ Microsoft จึงเลือกหยุดส่งอัปเดตไปยังอุปกรณ์กลุ่มนี้ไว้ก่อน
Windows Security จะแจ้งเตือนผู้ใช้
สำหรับเครื่องที่ได้รับผลกระทบ จะมีข้อความแจ้งเตือนภายในแอป Windows Security ว่า
"Secure Boot blocked due to known issues"
"Secure Boot ถูกบล็อกเนื่องจากพบปัญหาที่ทราบแล้ว"
ข้อความดังกล่าวหมายความว่า Microsoft ได้ระงับการติดตั้งอัปเดตเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายของระบบ ไม่ใช่การติดมัลแวร์หรือการโจมตีด้านความปลอดภัย
ต้องรอ BIOS จากผู้ผลิต
Microsoft ระบุว่า อุปกรณ์ที่ถูกบล็อกส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการอัปเดต BIOS หรือ UEFI Firmware จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือเมนบอร์ดเสียก่อน จึงจะสามารถติดตั้งใบรับรอง Secure Boot ใหม่ได้อย่างปลอดภัย
ในระหว่างนี้ Microsoft กำลังประสานงานกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งพัฒนาเฟิร์มแวร์เวอร์ชันที่รองรับการอัปเดตดังกล่าว
ยังไม่มีความเสี่ยงเร่งด่วน
แม้ว่าการอัปเดต Secure Boot จะถูกเลื่อนออกไปในบางเครื่อง แต่ Microsoft ยืนยันว่า ยังไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ต้องกังวลในทันที เนื่องจากเป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการบูตเครื่อง และเมื่อผู้ผลิตปล่อย BIOS เวอร์ชันใหม่แล้ว ผู้ใช้จะสามารถติดตั้งใบรับรอง Secure Boot ได้ตามปกติ
ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการอัปเดตด้านความปลอดภัยระดับเฟิร์มแวร์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง Microsoft และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับอุปกรณ์หลากหลายรุ่นทั่วโลก
ที่มา: HKEPC



