ราคา DDR5 เยอรมนีพุ่งเกือบ 5 เท่าใน 1 ปี! ดัชนีแตะ 486% วิกฤต AI ทำ PC ราคาประหยัดแทบเป็นไปไม่ได้
ตลาดหน่วยความจำยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังข้อมูลล่าสุดจาก 3D Center ชี้ว่า ราคาของ DDR5 ในเยอรมนีกำลังพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยค่าเฉลี่ยของราคาในเดือนสิงหาคม 2026 เพิ่มขึ้นจนเกือบ 5 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2025
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การประกอบ PC ราคาประหยัดเริ่มกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ และหากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน Mini PC และแม้แต่การ์ดจอ
ข้อมูลของ 3D Center อ้างอิงราคาจาก Geizhals แพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคาสินค้าไอทีรายใหญ่ของเยอรมนี ซึ่งรวบรวมราคาจริงจากร้านค้าออนไลน์หลายแห่ง ทำให้สามารถใช้สะท้อนทิศทางราคาขายปลีกในตลาดเยอรมนีได้ค่อนข้างชัดเจน
ดัชนีราคา DDR5 พุ่งจาก 445% เป็น 486%
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ดัชนีราคา DDR5 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 445% เป็น 486% ในเดือนสิงหาคม
นั่นหมายความว่า เมื่อเทียบกับระดับราคาในเดือนกรกฎาคม 2025 ราคาของ DDR5 ในตลาดเยอรมนีตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 4.86 เท่า หรือเกือบ 5 เท่าของระดับเดิม
ตัวเลขนี้ยิ่งน่ากังวลเมื่อพิจารณาว่าในช่วง เมษายนและพฤษภาคม 2026 ราคาหน่วยความจำเคยมีช่วงที่ค่อนข้างทรงตัว ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนต่อ ๆ มา
กล่าวได้ว่าเดือนกรกฎาคมเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคซื้อ DDR5 ได้ยากที่สุดอยู่แล้ว แต่สถานการณ์ในเดือนสิงหาคมกลับยิ่งแย่ลงไปอีก
RAM ความจุสูงโดนหนักที่สุด
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ DDR5 ความจุสูง ซึ่งเกือบทั้งหมดมีราคาปรับขึ้นในระดับเลขสองหลักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ได้แก่
- DDR5 64GB
- DDR5 48GB
- DDR5 32GB
การเพิ่มขึ้นของราคาในกลุ่มเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบ PC สมัยใหม่ เนื่องจาก 32GB กำลังกลายเป็นความจุที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องการสำหรับการเล่นเกมและการทำงาน ขณะที่ 48GB และ 64GB ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์ นักพัฒนา และผู้ใช้ Local AI
แม้จะมี DDR5 บางรุ่นที่ราคาไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่ระดับราคาปัจจุบันของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็ยังสูงกว่า 400% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2025
ดังนั้นแม้จะมีรุ่นที่ "ขึ้นช้ากว่า" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าราคากลับเข้าสู่ภาวะปกติ
AI กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญของวิกฤตหน่วยความจำ
ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังสถานการณ์นี้คือการเติบโตของ AI และ Data Center
อุตสาหกรรม AI ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมหาศาลทั้งในรูปแบบ HBM, DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และหน่วยความจำประเภทอื่น ๆ ผู้ผลิต DRAM จึงต้องจัดสรรกำลังการผลิตไปยังตลาดที่มีความต้องการสูงและสามารถสร้างรายได้มากกว่า
เมื่อกำลังการผลิตถูกดึงไปยังตลาด AI มากขึ้น อุปทานสำหรับตลาดผู้บริโภคจึงตึงตัว และสุดท้ายสะท้อนออกมาเป็นราคาที่สูงขึ้น
ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ RAM สำหรับ PC แต่กำลังลามไปยังอุปกรณ์ประเภทอื่นด้วย
PC ราคาประหยัดกำลังได้รับผลกระทบหนัก
หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการประกอบ Gaming PC และ Desktop ราคาประหยัด
เดิมผู้ใช้สามารถจัดสรรงบประมาณไปยัง CPU และ GPU ได้มากกว่า เพราะ RAM มีราคาไม่สูงมากนัก
แต่เมื่อราคา DDR5 เพิ่มขึ้นหลายเท่า งบประมาณสำหรับคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องก็ถูกดูดไปกับหน่วยความจำมากขึ้น
ยิ่งผู้ใช้ต้องการ RAM 32GB หรือ 64GB ต้นทุนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
สถานการณ์นี้อาจทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกใช้แพลตฟอร์ม DDR4 ต่อไป แม้จะเป็นมาตรฐานเก่ากว่า หรือชะลอการอัปเกรดเครื่องออกไปจนกว่าราคา DRAM จะเริ่มกลับเข้าสู่ระดับที่สมเหตุสมผล
ไม่ได้กระทบแค่คอมพิวเตอร์
ราคา DRAM ที่เพิ่มสูงขึ้นยังสามารถส่งผลต่อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้หน่วยความจำจำนวนมาก เช่น
โน้ตบุ๊ก, สมาร์ตโฟน, Desktop, Mini PC และการ์ดจอ
ผู้ผลิตอุปกรณ์เหล่านี้มีทางเลือกไม่มากนัก หากต้นทุน RAM สูงขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจต้องเลือกว่าจะ
ขึ้นราคาสินค้า ลดสเปก หรือยอมรับอัตรากำไรที่ลดลง
ในกรณีของ GPU ปัญหายิ่งซับซ้อน เพราะการ์ดจอรุ่นใหม่ใช้ GDDR6 และ GDDR7 ซึ่งได้รับผลกระทบจากตลาดหน่วยความจำเช่นกัน จึงมีโอกาสที่ราคาที่สูงขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค
สิงหาคมอาจยังไม่ใช่จุดสูงสุด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือข้อมูลจาก 3D Center ยังไม่แสดงสัญญาณว่าราคากำลังลดลง
ตรงกันข้าม แนวโน้มล่าสุดยังชี้ว่า DDR5 มีโอกาสปรับขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยอาจมีการเพิ่มขึ้นในระดับ เลขสองหลัก หากปัญหาอุปทานยังคงอยู่
หากเป็นเช่นนั้นจริง ตลาด PC อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้นทุนการประกอบเครื่องสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องระดับ Mainstream และ Entry-level ที่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาเป็นพิเศษ
ตลาด DDR5 กำลังเข้าสู่จุดวิกฤต
การที่ดัชนีราคา DDR5 ในเยอรมนีขึ้นไปถึง 486% เมื่อเทียบกับกรกฎาคม 2025 ถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างมาก
จากเดิมที่ DDR5 กำลังกลายเป็นมาตรฐานหลักของตลาด PC การพุ่งขึ้นของราคากลับทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากต้องหันกลับไปมองแพลตฟอร์มเก่า หรือชะลอการอัปเกรดแทน
และหากแรงซื้อจาก AI ยังคงผลักดันให้ผู้ผลิต DRAM จัดสรรกำลังการผลิตไปยังตลาดเซิร์ฟเวอร์และ Data Center มากขึ้น วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ได้จบลงในเวลาอันสั้น
สิ่งที่เคยเป็นเพียง “RAM แพงขึ้น” กำลังกลายเป็นปัญหาที่กระทบต้นทุนของฮาร์ดแวร์แทบทั้งอุตสาหกรรม และอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดราคาพีซีในช่วงที่เหลือของปี 2026
ที่มา: IT Home



