Phison เตือนวิกฤต NAND อาจลากยาว 4 ปี! SSD มีแนวโน้มแพงขึ้นต่อเนื่อง หลังความต้องการ AI ทะลุขีดจำกัดการผลิต
วิกฤตหน่วยความจำกำลังขยายจาก DRAM ไปยังตลาด Storage อย่างเต็มรูปแบบ หลัง Phison ออกมาเตือนว่า อุปทาน NAND Flash ในตลาดโลกยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น และการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่อาจต้องใช้เวลานานถึง ประมาณ 4 ปี
คำเตือนดังกล่าวส่งสัญญาณว่า ราค SSD อาจยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกหลายปี โดยเฉพาะเมื่อความต้องการ Storage จาก AI Data Center, Cloud Service Provider (CSP) และระบบ Agentic AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
NAND ผลิตไม่ทันความต้องการในระยะสั้น
Pua Khein-Seng ซีอีโอของ Phison ระบุว่า ปัจจุบันกำลังการผลิต NAND ไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะสั้น และสถานการณ์อาจไม่สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเหมือนที่ตลาดคาดไว้
Phison กำลังเพิ่ม Strategic Inventory เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการจัดหา Enterprise SSD ให้กับลูกค้ากลุ่ม CSP และบริษัท AI ในช่วงประมาณ 2 ปีข้างหน้า
แต่บริษัทก็ไม่สามารถระบายสินค้าคงคลังออกสู่ตลาดทั้งหมดได้ เพราะมีความเสี่ยงสูงว่าจะไม่สามารถจัดหา NAND มาทดแทนได้เพียงพอในอนาคต
นั่นหมายความว่า Phison จำเป็นต้องรักษาสินค้าสำรองไว้ เพื่อรองรับสัญญาระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่
จาก 2 ปี กลายเป็น 4 ปีในการสร้างโรงงาน NAND ใหม่
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่เพียงปริมาณ NAND ที่มีอยู่ในตลาด แต่คือ ระยะเวลาที่ต้องใช้เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
ซีอีโอของ Phison ระบุว่า ตลาดมักมองว่าหากราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตก็สามารถเพิ่มงบลงทุนและสร้างกำลังการผลิตใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
แต่ในความเป็นจริง การก่อสร้างโรงงานและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับผลิต NAND ต้องใช้เวลานานมาก
Pua Khein-Seng เปิดเผยว่า ในการพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของผู้ผลิต NAND รายหนึ่ง เขาเคยประเมินว่าตั้งแต่เริ่มลงทุนจนถึงการผลิตจำนวนมากอาจใช้เวลาประมาณ 2 ปี
แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็น
“4 ปี”
นั่นหมายความว่า ต่อให้ผู้ผลิตตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่ตอนนี้ กว่าจะได้กำลังผลิตใหม่ในระดับที่มีนัยสำคัญก็อาจต้องรออีกหลายปี
ราคา NAND และ SSD มีโอกาสพุ่งต่ออีกหลายปี
จากข้อมูลดังกล่าว แนวโน้มปัจจุบันจึงชี้ว่า ตลาด NAND อาจเผชิญภาวะขาดแคลนต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 4 ปี
เมื่ออุปทานไม่เพิ่มขึ้นเร็วพอ แต่ความต้องการยังคงเติบโต ราคาก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด
สำหรับผู้บริโภค นั่นอาจหมายถึง
- SSD NVMe ความจุสูงราคาแพงขึ้น
- Enterprise SSD ตึงตัวมากขึ้น
- ราคาสำหรับ Data Center เพิ่มขึ้น
- ต้นทุน Storage ใน PC และโน้ตบุ๊กสูงขึ้น
- ผู้ผลิตอุปกรณ์อาจลดความจุ SSD เพื่อควบคุมต้นทุน
สถานการณ์จึงมีโอกาสทำให้ยุคของ SSD ความจุสูงราคาถูกต้องจบลงชั่วคราว
AI กำลังทำให้ Storage สำคัญไม่แพ้ GPU และ DRAM
ปัจจุบันการลงทุน AI มักถูกพูดถึงในแง่ GPU และ HBM แต่จริง ๆ แล้ว Storage ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของ AI Data Center
โมเดล AI ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ขณะที่ระบบ Cloud ต้องเก็บ Dataset, Training Data, Model Checkpoint, Logs และผลลัพธ์จากการ Inference
การเติบโตของ Generative AI และ Agentic AI ยิ่งเพิ่มความต้องการ Storage เพราะ AI Agent สามารถสร้างและเก็บข้อมูลจำนวนมากระหว่างการทำงาน รวมถึงต้องอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้และระบบภายนอกเพื่อสร้าง Context
ดังนั้นแม้ผู้ให้บริการ AI บางรายอาจพยายามปรับสเปก DRAM เพื่อจัดการต้นทุน แต่ความต้องการด้าน NAND และ Storage Capacity กลับไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
Phison เองก็เร่งพัฒนา Enterprise SSD และ AI SSD
เพื่อรับมือกับตลาดที่กำลังเปลี่ยนไป Phison กำลังเร่งพัฒนา Roadmap ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise SSD และ AI SSD
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรของบริษัทอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เพราะต้นทุนการจัดซื้อ NAND เองก็พุ่งสูงขึ้น
Phison รายงานว่าในไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัททำ Gross Margin สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 65.3% แต่แรงกดดันด้านต้นทุน NAND อาจทำให้การรักษาระดับ Margin ดังกล่าวในอนาคตทำได้ยากขึ้น
Phison 3.0 หันจาก Controller ไปสู่ AI Storage
ในระยะยาว Phison กำลังปรับกลยุทธ์ภายใต้โครงการ “Phison 3.0” โดยลดการพึ่งพาธุรกิจ NAND Controller และ Storage Module แบบเดิม และหันไปให้ความสำคัญกับตลาดที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น
เป้าหมายใหม่ประกอบด้วย
AI Storage, Edge AI และ AI Platform
แนวคิดนี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เพราะตลาด Storage ในอนาคตไม่ได้ต้องการเพียง SSD ที่เร็วขึ้น แต่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลที่สามารถทำงานร่วมกับ AI Infrastructure และช่วยลดภาระการเคลื่อนย้ายข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิกฤตหน่วยความจำกำลังลามมาถึง Storage
คำเตือนจาก Phison ทำให้ภาพรวมของตลาดหน่วยความจำปี 2026 น่ากังวลมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ตลาด DRAM และ GDDR ก็เผชิญภาวะตึงตัวอย่างหนักอยู่แล้ว
ตอนนี้ NAND Flash กำลังเดินเข้าสู่สถานการณ์เดียวกัน
หากต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปี กว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ AI และ Cloud ยังคงเพิ่มความต้องการ Storage อย่างต่อเนื่อง ราคาของ NAND และ SSD ก็มีโอกาสอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน
สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งของ SSD อย่าง “ความจุเยอะขึ้นในราคาถูกลงเรื่อย ๆ” อาจไม่เป็นจริงในช่วงหลายปีต่อจากนี้
และนี่อาจเป็นสัญญาณอีกครั้งว่า AI ไม่ได้กำลังทำให้แค่ GPU และ RAM แพงขึ้นเท่านั้น แต่กำลังดูดซับทรัพยากร Storage ของโลกจนกลายเป็นอีกหนึ่งคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ที่มา: Wccftech



