DLSS 5 อาจแรงเกิน RTX 5090! ทดสอบพบ RTX 5090 Founders Edition เฟรมร่วงเกือบ 50% หลังเปิด Neural Rendering เหตุเพดานไฟ 575W กลายเป็นคอขวด
การทดสอบ DLSS 5 จากชุมชนนักพัฒนาและผู้ใช้งานกำลังเผยให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างมากเกี่ยวกับเทคโนโลยี Neural Rendering รุ่นใหม่ของ NVIDIA โดยผลการทดสอบบนการ์ดจอระดับเรือธงอย่าง GeForce RTX 5090 กลับพบว่า ข้อจำกัดสำคัญอาจไม่ใช่พลังประมวลผลของ GPU แต่เป็นเพดานการใช้พลังงานของตัวการ์ดเอง
การทดสอบโดย Tom's Hardware นำโมเดล Neural Rendering ของ DLSS 5 ที่หลุดออกมา ไปทดลองกับเกม Cyberpunk 2077, Hogwarts Legacy และ Control บนทั้ง NVIDIA GeForce RTX 5090 Founders Edition และ MSI GeForce RTX 5090 Lightning Z ซึ่งให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดด้าน Power Limit ของแต่ละรุ่น
อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นย้ำว่าการทดสอบครั้งนี้ยัง ไม่ใช่การใช้งาน DLSS 5 ผ่านเส้นทางอย่างเป็นทางการของ NVIDIA แต่เป็นการใช้วิธีฉีด DLL ผ่านชุมชนด้วย OptiScaler โดยอาศัย DLSS 5 DLL ที่หลุดออกมาจากเกม NBA 2K27 Early Access ดังนั้นผลลัพธ์จึงยังไม่สามารถใช้แทนประสิทธิภาพของ DLSS 5 เวอร์ชันทางการได้โดยตรง
RTX 5090 Founders Edition เฟรมลด 42–49% พร้อมชนเพดาน 575W
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นกับ RTX 5090 Founders Edition ซึ่งใช้การเชื่อมต่อไฟผ่าน 12V-2x6 เพียงชุดเดียว และมี Power Limit อยู่ที่ประมาณ 575W
เมื่อเปิด Neural Rendering ของ DLSS 5 ผลการทดสอบพบว่าเฟรมเรตลดลงถึงประมาณ 42–49% ในเกมที่นำมาทดสอบ ขณะที่ตัวการ์ดสามารถดึงพลังงานขึ้นไปชนเพดาน 575W อย่างต่อเนื่อง
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า RTX 5090 Founders Edition ไม่ได้ประสบปัญหาจากการมี CUDA Core หรือ Tensor Core ไม่เพียงพอ แต่ GPU ถูกจำกัดด้วยงบประมาณด้านพลังงานที่ NVIDIA กำหนดเอาไว้
กล่าวง่าย ๆ คือ เมื่อเปิด Neural Rendering ภาระงานของ GPU เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ตัวการ์ดไม่สามารถเพิ่มการใช้พลังงานเกินขีดจำกัดที่กำหนดได้ ส่งผลให้ GPU ต้องลดความเร็วหรือไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพสูงสุดเอาไว้ได้ และท้ายที่สุดสะท้อนออกมาเป็นเฟรมเรตที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
RTX 5090 Lightning Z แสดงให้เห็นว่า “ไฟ” อาจเป็นตัวแปรสำคัญ
ผลการทดสอบกับ MSI RTX 5090 Lightning Z กลับน่าสนใจกว่าเดิม เพราะการ์ดรุ่นนี้ได้รับการออกแบบสำหรับการจ่ายพลังงานในระดับที่สูงกว่ามาก ด้วยการใช้คอนเน็กเตอร์ไฟเลี้ยงแบบคู่และสามารถกำหนด Power Limit ได้สูงถึงประมาณ 1,000W
เมื่อเปิด Neural Rendering การ์ดสามารถดึงพลังงานเพิ่มขึ้นได้มากกว่า RTX 5090 Founders Edition และสามารถรักษาประสิทธิภาพได้ดีกว่า รวมถึงมีค่า 1% Low ที่ดีกว่าในหลายสถานการณ์
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเกม Hogwarts Legacy ซึ่งพบว่าการใช้พลังงานเพิ่มจากประมาณ 480W เป็น 720W หลังเปิด Neural Rendering หรือเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 50%
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงมากสำหรับฟีเจอร์ที่ทำงานอยู่บน GPU เพียงตัวเดียว และแสดงให้เห็นว่า Neural Rendering ของ DLSS 5 สามารถสร้างภาระการประมวลผลเพิ่มเติมที่มีผลต่อการใช้พลังงานอย่างจริงจัง
เมื่อเปรียบเทียบกับ RTX 5090 Founders Edition ที่ถูกจำกัดไว้ที่ 575W จึงเป็นไปได้ว่าการ์ดที่มีระบบจ่ายไฟและ Power Limit สูงกว่าสามารถปล่อยศักยภาพของ DLSS 5 ออกมาได้มากกว่า
DLSS 5 มีต้นทุนประมาณ 8 ms ต่อเฟรม
สิ่งที่ทำให้ผลทดสอบนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือค่าใช้จ่ายด้านประสิทธิภาพที่พบจากการทดสอบของชุมชนมีความใกล้เคียงกับตัวเลขที่ NVIDIA เคยเปิดเผยเอง
NVIDIA ระบุว่า Neural Rendering ของ DLSS 5 มีต้นทุนการประมวลผลประมาณ 8 มิลลิวินาทีต่อเฟรม บนฮาร์ดแวร์ที่รองรับ
การทดสอบผ่าน OptiScaler และ DLL ที่หลุดออกมาให้ผลในระดับใกล้เคียงกัน แม้ว่าจะไม่ได้ทำงานผ่าน Streamline ซึ่งเป็นเส้นทางที่ NVIDIA ใช้อย่างเป็นทางการก็ตาม
ประเด็นนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับข้อสันนิษฐานว่า Neural Rendering ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์ที่ “แทบไม่มีต้นทุน” เหมือนกับการเพิ่มประสิทธิภาพบางรูปแบบของ DLSS รุ่นก่อนหน้า แต่เป็นระบบ Neural Rendering ที่ต้องใช้ทรัพยากรของ Tensor Core และระบบ GPU อย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ RTX 5090 ไม่มีแรง แต่ RTX 5090 อาจ “จ่ายไฟไม่พอ”
หากผลการทดสอบนี้สะท้อนการทำงานของ DLSS 5 เวอร์ชันจริงได้ใกล้เคียงกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับ RTX 5090 Founders Edition อาจเรียกได้ว่าเป็น Power Bottleneck
RTX 5090 ยังคงมีประสิทธิภาพการประมวลผลมหาศาล แต่เมื่อเปิด Neural Rendering พร้อมกับเกมที่มีภาระ GPU สูง ตัวการ์ดอาจต้องการพลังงานมากกว่าที่ Power Limit จะอนุญาต
ในทางกลับกัน RTX 5090 Lightning Z ซึ่งมี Power Limit สูงกว่าอย่างมาก สามารถเพิ่มการใช้พลังงานขึ้นมาเพื่อรองรับภาระงานดังกล่าว และทำให้เฟรมเรตลดลงน้อยกว่า
ดังนั้นความแตกต่างระหว่างการ์ดสองรุ่นนี้จึงอาจไม่ได้สะท้อนว่า GPU รุ่นหนึ่ง “แรงกว่า” อีกตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่สะท้อนถึง พื้นที่สำหรับ Power Headroom ที่แตกต่างกัน
ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อ RTX 5090 มีประวัติเรื่อง 12V-2x6
เรื่องดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่ RTX 5090 เป็นหนึ่งในการ์ดจอที่ถูกจับตามองเรื่องระบบจ่ายไฟมากที่สุดของ NVIDIA
RTX 5090 Founders Edition ใช้คอนเน็กเตอร์ 12V-2x6 เพียงชุดเดียว ขณะที่การ์ดแบบ Custom ระดับสูงบางรุ่นเลือกใช้คอนเน็กเตอร์หลายชุดเพื่อรองรับ Power Limit ที่สูงขึ้น
หาก DLSS 5 ต้องการพลังงานในระดับ 700W หรือมากกว่านั้นในบางสถานการณ์ ก็อาจทำให้การ์ด RTX 5090 ที่มี Power Limit ต่ำกว่าไม่สามารถใช้ Neural Rendering ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ว่าตัว GPU เองจะมีพลังประมวลผลเพียงพอก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า RTX 5090 Founders Edition “ไม่เหมาะกับ DLSS 5” เพราะการทดสอบในครั้งนี้ยังใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่เป็นทางการ และอาจมีความแตกต่างด้านการจัดการพลังงาน ไดรเวอร์ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพระหว่าง DLL ที่หลุดออกมากับเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้จริง
ต้องรอดู DLSS 5 เวอร์ชันทางการในวันที่ 3 กันยายน
DLSS 5 มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายน 2026 โดยเกมแรกที่รองรับคือ NBA 2K27 และในช่วงแรกเทคโนโลยีดังกล่าวจะจำกัดอยู่บน GeForce RTX 50 Series ที่ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell
ดังนั้นอีกไม่นานเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่าการทำงานผ่าน Streamline และไดรเวอร์อย่างเป็นทางการของ NVIDIA สามารถลดต้นทุนด้านประสิทธิภาพหรือการใช้พลังงานลงได้มากน้อยเพียงใด
หากผลการทดสอบอย่างเป็นทางการยังคงพบว่า RTX 5090 Founders Edition ชนเพดาน 575W และสูญเสียประสิทธิภาพจำนวนมากเมื่อเปิด Neural Rendering ก็จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่า DLSS 5 อาจเป็นหนึ่งในฟีเจอร์แรก ๆ ที่สามารถผลักดัน RTX 5090 ไปชนข้อจำกัดด้านพลังงานของตัวการ์ดได้จริง
ในกรณีดังกล่าว การ์ด RTX 5090 รุ่น Custom ที่มีระบบจ่ายไฟและ Power Limit สูงกว่าอาจกลายเป็นตัวเลือกที่ได้เปรียบกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้ใช้ Founders Edition อาจต้องรอดูการปรับปรุงในระดับไดรเวอร์หรือซอฟต์แวร์
และหาก NVIDIA ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการปรับปรุงซอฟต์แวร์ ก็มีความเป็นไปได้ว่า RTX 5090 Super หรือ GPU รุ่นถัดไปที่มี Power Budget สูงขึ้น อาจเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกว่าสำหรับการปลดปล่อยศักยภาพของ DLSS 5 อย่างเต็มที่
ท้ายที่สุด จุดสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า DLSS 5 “กินไฟมากเกินไป” หรือ RTX 5090 “แรงไม่พอ” แต่คือ Neural Rendering กำลังเปลี่ยนลักษณะของภาระงานบน GPU ไปอีกระดับ และการเพิ่มฟีเจอร์ AI เข้าไปในขั้นตอนการสร้างภาพอาจทำให้ พลังงานและระบบจ่ายไฟกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญพอ ๆ กับจำนวนคอร์หรือความเร็วสัญญาณนาฬิกา
ผลทดสอบจากเวอร์ชันทางการของ NVIDIA ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจึงน่าจับตามองอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวชี้ว่า RTX 5090 Founders Edition มีปัญหาจากข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์จริง หรือผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงข้อจำกัดของ DLSS 5 build ที่หลุดออกมาเท่านั้น
ที่มา: Tom's Hardware



