RTX 5090 ถูกดูดไปทำ AI Server! พบล็อตการ์ดใหม่เป็นพาเลต ถูกแกะกล่องใส่เครื่อง AI ทั้งที่เกมเมอร์หาของแทบไม่ได้
ตลาด GeForce RTX 5090 กำลังเกิดสถานการณ์ที่น่าจับตามองอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพชุดใหม่ที่แสดงให้เห็น พาเลต RTX 5090 แบบใหม่เอี่ยมจำนวนมาก ถูกนำไปแกะกล่องและติดตั้งเข้ากับระบบ AI Server ที่กำลังประกอบในโรงงาน
สิ่งที่น่าสนใจคือการ์ดที่ถูกนำไปใช้งานเหล่านี้ไม่ใช่ RTX PRO 6000 Blackwell หรือ GPU Accelerator สำหรับ Data Center ที่ NVIDIA ทำตลาดสำหรับงาน AI โดยตรง แต่เป็น GeForce RTX 5090 รุ่น Retail ปกติ ซึ่งเป็นการ์ดใบเดียวกับที่เกมเมอร์ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาหาซื้อในราคาปกติไม่ได้
สถานการณ์นี้กำลังสร้างคำถามว่า เมื่อความต้องการ AI เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง การ์ด GeForce ที่เดิมออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคกำลังถูกดึงออกจากตลาดเกมไปใช้ใน Data Center มากขึ้นหรือไม่
จากการ์ดเกมเมอร์ สู่หัวใจของ AI Server
ภาพที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็น RTX 5090 ใหม่ในกล่องจำนวนมาก ก่อนถูกนำออกมาใส่ในระบบ Multi-GPU AI Server
แทนที่จะใช้ GPU Professional อย่าง RTX PRO 6000 Blackwell ผู้ประกอบระบบเหล่านี้เลือกใช้ RTX 5090 ซึ่งมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ Compute และ VRAM ขนาด 32GB ในราคาที่ต่ำกว่า GPU ระดับ Data Center อย่างมาก
สำหรับงาน AI บางประเภท การใช้ GeForce RTX 5090 หลายใบอาจมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ หากระบบไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ระดับ Enterprise, ECC หรือการรับประกันและการสนับสนุนแบบ Data Center โดยเฉพาะ
แต่ผลกระทบที่ตามมาคือ GPU ที่ควรอยู่ในตลาด Consumer กลับถูกนำไปใช้ในตลาด AI ซึ่งกำลังมีความต้องการมหาศาล
RTX 5090 ที่เกมเมอร์แทบหาไม่ได้ กลับมีเป็นพาเลตสำหรับ AI
ความย้อนแย้งอยู่ตรงนี้
ในขณะที่ผู้บริโภคต้องเผชิญกับ RTX 5090 ที่มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและสินค้าขาดตลาด ภาพจากโรงงานเหล่านี้กลับแสดงให้เห็นว่า RTX 5090 จำนวนมากยังถูกจัดส่งเป็นล็อตใหญ่ไปยังผู้ประกอบระบบ
ราคาตลาดล่าสุดในเยอรมนีสะท้อนสถานการณ์ได้ชัดเจน โดย RTX 5090 รุ่นที่ถูกที่สุดใน Geizhals มีราคาประมาณ 5,249 ยูโร หรือราว 202,000 บาท ขณะที่ NVIDIA กำหนดราคา Founders Edition ไว้ที่ 2,099 ยูโร
ในตลาดเยอรมนี การ์ด RTX 5090 หลายรุ่นยังขยับขึ้นไปใกล้ 5,500 ยูโร และรุ่นพิเศษบางตัวสูงถึง 6,999 ยูโรด้วย
นี่หมายความว่าการ์ดที่ถูกนำไปประกอบ AI Server ในภาพ ไม่ใช่เพียง GPU ราคาถูกธรรมดา แต่เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคกำลังต้องจ่ายเงินในระดับ สองแสนบาทต่อใบ
วิกฤตนี้คล้ายยุคขุดคริปโต แต่คราวนี้เป็น AI
สถานการณ์นี้ทำให้นึกถึงช่วง Cryptocurrency Boom ที่นักขุดกว้านซื้อ GeForce จำนวนมหาศาลจนเกมเมอร์แทบไม่มีการ์ดจอให้ซื้อ
ตอนนั้น NVIDIA เคยตอบสนองด้วยการเปิดตัวการ์ดรุ่น Lite Hash Rate หรือ LHR เพื่อจำกัดประสิทธิภาพการขุดคริปโต ขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการเล่นเกมไว้ใกล้เดิม
อย่างไรก็ตาม ระบบจำกัดดังกล่าวก็ถูกชุมชนหาวิธีหลบเลี่ยงได้ในเวลาต่อมา
ครั้งนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ผู้ซื้อรายใหญ่ไม่ใช่นักขุด แต่เป็นผู้ให้บริการ AI และผู้ประกอบระบบ Compute
และแรงจูงใจยิ่งมากกว่าเดิม เพราะ AI กลายเป็นธุรกิจขนาดมหาศาล ทำให้การนำ GPU Consumer ไปใช้ประมวลผลโมเดล AI สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดยตรง
ทำไมไม่ใช้ RTX PRO 6000?
คำถามสำคัญคือ หากต้องการสร้าง AI Server ทำไมบริษัทเหล่านี้จึงไม่ซื้อ RTX PRO 6000 Blackwell ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ NVIDIA ออกแบบมาเพื่อ Professional และ AI โดยตรง
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ ต้นทุน
RTX PRO 6000 Blackwell มี VRAM 96GB และถูกวางตำแหน่งเป็น GPU ระดับ Workstation/Professional ซึ่งมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับ GeForce RTX 5090 ที่มี VRAM 32GB
หากระบบ AI สามารถแบ่งโมเดลหรือ Workload ออกไปทำงานบน GPU หลายใบได้ การนำ RTX 5090 หลายใบมาต่อรวมกันอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าสำหรับผู้ประกอบการบางราย
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่า RTX 5090 จะสามารถแทน RTX PRO 6000 หรือ Data Center Accelerator ได้ทุกด้าน เพราะยังมีความแตกต่างด้าน VRAM, Reliability, Software Stack, Interconnect และการรองรับระดับองค์กร
แต่สำหรับบาง Workload ความคุ้มค่าต่อ Compute อาจเพียงพอที่จะทำให้ GeForce กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
NVIDIA เคยจำกัด AI บน GeForce 5090D แล้ว
ประเด็นที่น่าสนใจคือ NVIDIA เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถจำกัดความสามารถด้าน AI ของ GeForce ได้
สำหรับตลาดจีน NVIDIA เคยออกแบบ RTX 5090D และรุ่น 5090D v2 ให้มีข้อจำกัดด้านการประมวลผล AI เพื่อให้สอดคล้องกับกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
นั่นหมายความว่าในทางเทคนิค NVIDIA มีความสามารถในการแยกประสิทธิภาพระหว่าง Gaming และ AI ได้
แต่ RTX 5090 รุ่นมาตรฐานที่ขายในตลาดอื่นยังไม่ได้ถูกจำกัดในลักษณะเดียวกัน
ผลก็คือบริษัทหรือผู้ประกอบการที่ต้องการ GPU สำหรับ AI สามารถซื้อ GeForce RTX 5090 รุ่น Retail แล้วนำไปใส่ในระบบ Multi-GPU ได้
AI กำลังผลักราคา GPU เกมเมอร์ขึ้นหรือไม่?
นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุด
การที่ RTX 5090 ถูกดึงไปใช้ใน AI Server มากขึ้น ย่อมเพิ่มการแข่งขันเพื่อแย่ง Supply กับตลาดเกมเมอร์ โดยเฉพาะเมื่อ GPU รุ่นนี้ใช้ GDDR7 จำนวนมาก
ตลาด AI ยังต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง และกำลังผลิตของ Memory Supplier มีข้อจำกัด ทำให้ต้นทุนของ GPU ที่มี VRAM ความจุสูงถูกกดดันขึ้น
ข้อมูลตลาดในเยอรมนีแสดงให้เห็นว่าราคา RTX 5090 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 2,400 ยูโรในช่วงกลางปี 2025 เป็นราว 5,000 ยูโรในเดือนกันยายน 2026 ตามข้อมูลติดตามราคาของ PCGamesHardware หรือเพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับจุดดังกล่าว
สถานการณ์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ Supply การ์ดจออย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับ วิกฤตหน่วยความจำและความต้องการ AI โดยตรง
แต่ยังไม่มีหลักฐานว่า NVIDIA กำลังส่ง RTX 5090 ให้ AI โดยตรง
จุดนี้ต้องแยกให้ออกว่า ภาพของ RTX 5090 จำนวนมากในโรงงานประกอบ AI Server ไม่ได้แปลว่า NVIDIA กำลังขายการ์ด GeForce ให้ Data Center โดยตรง
สิ่งที่เห็นเป็นเพียงการที่ผู้ประกอบระบบหรือบริษัทอื่นนำการ์ด Retail ไปใช้งาน
ดังนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่า NVIDIA เป็นผู้จัดสรร Supply ให้กับตลาด AI โดยตั้งใจ หรือกำลังลด Supply ของเกมเมอร์เพื่อขายให้ AI
แต่ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Demand จาก AI สามารถดึง GeForce RTX 5090 ออกจากตลาด Consumer ได้จริง
RTX 5090 กำลังกลายเป็น “GPU เอนกประสงค์สำหรับ AI”
หากมองในมุมของตลาด Hardware ความนิยมของ RTX 5090 ในระบบ AI มีเหตุผลที่เข้าใจได้
มันมี GPU Compute สูงมาก มี VRAM 32GB และรองรับ CUDA Ecosystem ที่นักพัฒนา AI ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
เมื่อราคาของ GPU ระดับ Professional สูงขึ้นอย่างมาก ผู้ประกอบการบางรายจึงอาจมองว่า ซื้อ RTX 5090 หลายใบแล้วสร้าง Cluster เอง ให้ความคุ้มค่ามากกว่า
แต่ต้นทุนที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังประหยัด อาจกำลังถูกผลักกลับไปยังผู้บริโภคอีกกลุ่ม
นั่นคือ เกมเมอร์ที่ต้องซื้อ RTX 5090 ในราคาแพงขึ้น
ประวัติศาสตร์กำลังวนกลับมาอีกครั้ง
เมื่อหลายปีก่อน เกมเมอร์โกรธที่นักขุดคริปโตซื้อ GPU ไปจนหมดตลาด
วันนี้รูปแบบกำลังกลับมาอีกครั้ง เพียงเปลี่ยนจาก Crypto Mining เป็น AI Computing
และครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าเดิม เพราะ AI ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นธุรกิจหลักของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
หากผู้ประกอบการสามารถซื้อ RTX 5090 รุ่น Retail แล้วนำไปติดตั้งใน AI Server ได้อย่างต่อเนื่อง ความต้องการจากตลาด AI ก็อาจยังคงแย่ง Supply กับเกมเมอร์ต่อไป
สิ่งที่น่าจับตามองจึงไม่ใช่เพียงว่า RTX 5090 จะมีราคาแพงแค่ไหน แต่คือ NVIDIA จะปล่อยให้ตลาด GeForce ถูกดูดเข้าสู่ Data Center มากขึ้นเพียงใด
เพราะในวันนี้ เราไม่ได้เห็น RTX 5090 เพียงบนโต๊ะเกมเมอร์อีกแล้ว
แต่กำลังเห็นมันถูกแกะกล่องเป็นพาเลต แล้วนำไปสร้างเครื่อง AI Server — ขณะที่คนที่ซื้อมาเพื่อเล่นเกมกลับต้องจ่ายแพงกว่าเดิมหลายเท่า
ที่มา: TechPowerUp



