สวัสดีชาวโอเวอร์คล็อกโซน หากพูดถึง SSD ประสิทธิภาพสูงสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ ชื่อของ WD_BLACK จาก Western Digital คงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคย โดยเฉพาะ SSD ตระกูล SN ที่โดดเด่นทั้งด้านความเร็วและประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่ในปี 2025 วงการจัดเก็บข้อมูลได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Western Digital แยกธุรกิจหน่วยความจำแฟลชออกมาเป็นบริษัทอิสระภายใต้ชื่อ SanDisk Corporation ก่อนจะเดินหน้าปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ SSD รุ่นใหม่ในปี 2026 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ SSD ที่หลายคนคุ้นเคยภายใต้แบรนด์ WD_BLACK เริ่มเปลี่ยนมาใช้ชื่อ SANDISK Optimus โดยแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ออกเป็น Optimus, Optimus GX และ Optimus GX PRO ซึ่งรุ่น GX PRO จะเป็นกลุ่มเรือธงที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพระดับสูงสำหรับเกมเมอร์ นักพัฒนา ครีเอเตอร์ และผู้ใช้งาน Workstation โดยเฉพาะ
ในยุคที่เกมมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงมีขนาดหลายร้อยกิกะไบต์ และการทำงานด้าน AI ต้องจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงเก็บไฟล์อีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดความคล่องตัวของระบบคอมพิวเตอร์โดยรวม SANDISK Optimus GX PRO 8100 NVMe SSD 2TB With Heatsink เป็น SSD ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงกว่ามาตรฐานของ SSD PCIe 4.0 ทั่วไป ด้วยการเชื่อมต่อ PCIe 5.0 x4 และความเร็วอ่านข้อมูลตามสเปกสูงสุดถึง 14,900 MB/s พร้อมความเร็วเขียนสูงสุด 14,000 MB/s สิ่งที่น่าสนใจคือรุ่นนี้ไม่ได้เน้นเพียงตัวเลขความเร็ว แต่ยังให้ความสำคัญกับการระบายความร้อน ความทนทานในการเขียนข้อมูล และการรองรับการทำงานที่ต้องเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ Optimus GX PRO 8100 เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉมแบรนด์ SSD ของ SanDisk โดยมีรากฐานทางเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับตระกูล WD_BLACK SN8100 ซึ่งเป็น SSD ประสิทธิภาพสูงรุ่นก่อนหน้า รายละเอียดนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่มีความน่าสนใจทั้งในแง่ของชื่อแบรนด์และตำแหน่งทางการตลาด ทำให้ SANDISK Optimus GX PRO 8100 NVMe SSD 2TB With Heatsink หนึ่งใน SSD PCIe 5.0 ความเร็วเกือบ 15,000 MB/s สำหรับเกมเมอร์และสาย Workstation
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่น | SANDISK Optimus GX PRO 8100 |
| ความจุ | 2TB |
| รหัสรุ่น | SDSP82200TAH-000E0 |
| ประเภท | Internal NVMe SSD |
| อินเทอร์เฟซ | PCIe 5.0 x4 |
| ฟอร์มแฟกเตอร์ | M.2 2280 |
| ความเร็วอ่านต่อเนื่องสูงสุด | 14,900 MB/s |
| ความเร็วเขียนต่อเนื่องสูงสุด | 14,000 MB/s |
| Random Read | สูงสุด 2.3 ล้าน IOPS |
| Random Write | สูงสุด 2.4 ล้าน IOPS |
| ความทนทานในการเขียน | 1,200 TBW |
| ระบบระบายความร้อน | ฮีทซิงก์อะลูมิเนียมติดตั้งมาจากโรงงาน |
| อุณหภูมิการทำงานที่ระบุ | 0–85°C |
| การรับประกัน | 5 ปี แบบจำกัดเงื่อนไข |

แพ็กเกจมาในสไตล์ SSD ระดับสูงของ SANDISK Optimus ธีมสีดำตัดขาวแดง กล่องกระดาษแข็งแรง พร้อมระบุรายละเอียดเบื้องต้น

SANDISK Optimus โดยแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ออกเป็น Optimus, Optimus GX และ Optimus GX PRO ซึ่งรุ่น GX PRO จะเป็นกลุ่มเรือธงที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพระดับสูงสำหรับเกมเมอร์ นักพัฒนา ครีเอเตอร์ และผู้ใช้งาน Workstation โดยเฉพาะ
SSD Detail

SanDisk OPTIMUS GX PRO 8100 ที่ติดตั้งมาพร้อมกับฮีทซิงค์สำหรับระบายความร้อนจากโรงงาน ตัวฮีทซิงค์ทำจากอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม มีลวดลายและครีบระบายความร้อนที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสกับอากาศ ช่วยให้การระบายความร้อนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีฮีทซิงค์ติดมาด้วย แต่ตัวความหนาก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถติดตั้งลงบนเมนบอร์ดส่วนใหญ่ (รวมถึงช่อง M.2 ของ PlayStation 5) ได้อย่างไร้ปัญหา แต่อาจจะต้องระวังในส่วนของเมนบอร์ดบางรุ่นที่มีฮีทซิงค์ออนบอร์ดมาให้อยู่แล้ว ซึ่งอาจจะต้องถอดฮีทซิงค์เดิมของเมนบอร์ดออกก่อนติดตั้ง ที่มีการบ่งบอกรายละเอียดชัดเจน SSD เชื่อมต่อ PCIe 5.0 x4 โดยเป็น SSD M.2 ขนาด 2280

ด้านหลังของอุปกรณ์ SanDisk OPTIMUS GX PRO 8100 NVMe SSD ซึ่งมีสติกเกอร์ฉลากระบุข้อมูลทางเทคนิคและรหัสสินค้า

การเชื่อมต่อเป็น M.2 NVMe PCIe 5.0 x4 แบบ M-Key พร้อมฮีทซิงก์จากโรงงาน

การแกะ Heatstink ที่ต้องใช้ประแจ 6 แฉก หรือ ประแจทอร์ค หรือประแจหัวดาว ในการถอดออก

เผื่อใครที่ดูฉลากบนบอร์ด มันเป็น Lighting Gen 4 ไม่ใช่ PCI Express 4.0 ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการรองรับต่าง ดูได้จากเว็บผู้ผลิตครับ

กับการเชื่อมต่อ PCI Express 5.0 ซึ่ง SSD เย็นดีสำหรับฮีตซิงค์ติดมาจากโรงงาน

ความจุ 4TB ตามมาตรฐานผู้ผลิตวัดแบบ Base 10 (Bytes) แต่ Windows คำนวณต่างกัน จึงแสดงผลประมาณ 1.81TB

รายละเอียดของ SANDISK Optimus GX PRO 8100 NVMe SSD 2TB จากรหัสที่บอกชัดเจน HS หรือ Heat Sink

รายละเอียดของ SSD ที่ได้จาก AIDA64 มีการลงรายละเอียดมาครบถ้วน
System Setup

- M/B : MSI B650 Gaming Plus WiFi
- CPU : AMD Ryzen 7 9700X
- Memory : KLEVV CRAS XR5 RGB 32GB
- VGA : AMD Radeon RX 9070 GRE
- CPU Cooler : Noctua NL-LC1-36
- PSU : Thermaltake M1650
- OS : Windows 11 Pro 26H2

ทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการลงบน SSD ที่ทดสอบโดยตรง มีการทดลองเพิ่มพัดลมเป่าเสริมระหว่างทดสอบ ซึ่งไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แล้วก็ไฟแสดงสถานะการทำงานสีแดง

บรรยากาศขณะการทดสอบ
Performance Test
CrystalDiskMark




AS SSD Benchmark



ATTO Disk Benchmark



AIDA64 Disk Benchmark

Conclusion
ความเร็วอ่านระดับมากกว่า 12,000 MB/s มีประโยชน์กับการอ่านไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น ไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง ชุดข้อมูลสำหรับงาน AI ไฟล์โปรเจกต์ด้านกราฟิก และไฟล์เกมที่มีทรัพยากรจำนวนมาก เมื่อต้องเปิดหรือโหลดข้อมูลปริมาณมหาศาล ความเร็วของ SSD สามารถช่วยลดเวลาที่เสียไปกับการรออ่านข้อมูลได้ โดยเฉพาะเมื่อโปรแกรมสามารถร้องขอและประมวลผลข้อมูลได้ต่อเนื่อง ความเร็วเขียนระดับ 12,000–14,000 MB/s เหมาะกับผู้ที่ต้องย้ายไฟล์ขนาดใหญ่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกไฟล์วิดีโอ การย้ายคลังข้อมูล หรือการทำงานกับไฟล์โปรเจกต์ขนาดใหญ่ ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่า SSD สามารถทำความเร็วได้สูงมาก แม้ค่าที่วัดได้จะไม่ถึงตัวเลขสูงสุดที่ผู้ผลิตระบุ ทั้งนี้ไม่ควรนำตัวเลขจากคนละชุดทดสอบมาเปรียบเทียบโดยตรงโดยไม่พิจารณาอุปกรณ์และวิธีทดสอบร่วมด้วย
แม้ตัวเลขประสิทธิภาพจะโดดเด่น แต่ Optimus GX PRO 8100 ไม่ใช่ SSD ที่เหมาะกับผู้ใช้งานทุกคน
ประการแรก เมนบอร์ดต้องรองรับ PCIe 5.0 x4 หากต้องการใช้ความเร็วเต็มระดับ หากติดตั้งในสล็อต PCIe 4.0 ไดรฟ์ยังสามารถทำงานได้ตามความเข้ากันได้ของอินเทอร์เฟซ แต่ความเร็วจะถูกจำกัดด้วยแพลตฟอร์มและลิงก์ที่ใช้งานจริง
ประการที่สอง ราคาต่อความจุเป็นสิ่งสำคัญ SSD ระดับเรือธงมีต้นทุนสูงกว่ารุ่นทั่วไป ผู้ใช้ที่เน้นเพียงเล่นเกม ทำงานเอกสาร หรือเปิดโปรแกรมทั่วไปอาจไม่ได้รับประโยชน์มากพอที่จะชดเชยส่วนต่างราคา
ประการที่สาม ต้องตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งฮีทซิงก์ โดยเฉพาะเมนบอร์ดที่มีฝาครอบ M.2 ขนาดใหญ่ หรือคอมพิวเตอร์เคสเล็กที่มีพื้นที่ระบายความร้อนจำกัด
Special Thanks : Sandisk Corporation



