เที่ยวบิน United Airlines ต้องบินกลับกลางทาง หลังพบสัญญาณ Bluetooth ชื่อ "Bomb" ก่อนพบว่าเป็นชื่อ Fitbit ของวัยรุ่น 16 ปี
เกิดเหตุวุ่นวายบนเที่ยวบินของ United Airlines ที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศสเปน เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเครื่องตรวจพบสัญญาณ Bluetooth จากอุปกรณ์ไม่ทราบแหล่งที่มา ซึ่งตั้งชื่อว่า "Bomb" จนทำให้กัปตันตัดสินใจนำเครื่องบินบินกลับสนามบินต้นทางทันทีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบนเที่ยวบิน UA236 ของ United Airlines ซึ่งออกเดินทางจากสนามบินนานาชาตินวร์ก ลิเบอร์ตี (Newark Liberty International Airport) รัฐนิวเจอร์ซีย์ มุ่งหน้าสู่เมืองปัลมา เดอ มายอร์กา ประเทศสเปน
ระหว่างเที่ยวบินที่มีระยะเวลารวมประมาณ 8 ชั่วโมง และเดินทางไปแล้วราวครึ่งทาง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางอากาศสังเกตเห็นสัญญาณ Bluetooth ที่ใช้ชื่ออุปกรณ์ว่า "Bomb" ซึ่งเป็นคำที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคงและความปลอดภัยการบิน
หลังพบสัญญาณดังกล่าว ลูกเรือได้ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารทุกคนปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อระบุแหล่งที่มาของสัญญาณ แต่แม้ผู้โดยสารจะให้ความร่วมมือ สัญญาณดังกล่าวก็ยังคงปรากฏอยู่
ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย กัปตันจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและนำเครื่องบินกลับไปยังสนามบินนวร์กทันที
เครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัยในเวลาประมาณ 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นผู้โดยสารทั้งหมดถูกอพยพออกจากเครื่องบินเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่ตำรวจของการท่าเรือ (Port Authority Police) เข้าตรวจค้นเครื่องบินแบบละเอียด ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐฯ (TSA) และหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ได้ดำเนินการตรวจสอบผู้โดยสารทั้งหมดอีกครั้ง
ผลการสอบสวนในเวลาต่อมาพบว่า สัญญาณ Bluetooth ดังกล่าวมาจากสมาร์ตแบนด์ Fitbit ของผู้โดยสารวัย 16 ปีรายหนึ่ง ซึ่งได้เปลี่ยนชื่ออุปกรณ์เป็นคำว่า "Bomb" ด้วยตนเอง โดยไม่มีวัตถุอันตรายหรือระเบิดอยู่บนเครื่องบินแต่อย่างใด
หลังยืนยันว่าไม่พบภัยคุกคามจริง สายการบินได้จัดเปลี่ยนลูกเรือชุดใหม่และนำเที่ยวบินออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางตามกำหนด
แม้ในเบื้องต้นวัยรุ่นเจ้าของอุปกรณ์จะยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาทางอาญา แต่เนื่องจากเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางการบินและการแจ้งเตือนภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรง ทำให้สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เข้ารับผิดชอบการสืบสวนคดีนี้อย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การตั้งชื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยข้อความที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามหรือความมั่นคง แม้จะเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น ก็อาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเดินทางและนำไปสู่การสอบสวนจากหน่วยงานความมั่นคงได้
ที่มา: HKEPC



