The Witcher 3 Remastered อัปเดตใหญ่ จัดเต็ม Path Tracing และ DLSS 4.5 พร้อมดัน RTX 5090 แตะ 385 FPS
NVIDIA เดินหน้าขยายเกมที่รองรับ DLSS 4.5 อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนกันยายนมีเกมระดับขายดีหลายเกมเปิดตัวพร้อมเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ รวมถึงเกมเก่าที่ได้รับการอัปเดตเพิ่มเติม และล่าสุดหนึ่งในเกม RPG ระดับตำนานอย่าง The Witcher 3: Wild Hunt ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ในชื่อ The Witcher 3: Wild Hunt — Remastered แล้ว
การอัปเดตดังกล่าวเปิดให้เล่นฟรีสำหรับเจ้าของเกมเดิม พร้อมยกระดับทั้งกราฟิกและประสิทธิภาพบน PC โดยเพิ่ม Path Tracing, DLSS 4.5, Ray Reconstruction และเทคโนโลยีกราฟิกอื่น ๆ อีกหลายรายการ
The Witcher 3 กลับมาอีกครั้งพร้อม Path Tracing
The Witcher 3: Wild Hunt ถือเป็นหนึ่งในเกม RPG ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเกมหนึ่ง และก่อนหน้านี้เคยได้รับ Next-Gen Update ในปี 2022 ซึ่งเพิ่ม Ray Tracing และ DLSS เข้ามา
แต่สำหรับเวอร์ชัน Remastered รอบนี้ CD PROJEKT RED และ NVIDIA ได้ปรับระบบเรนเดอร์ครั้งใหญ่ โดยตัวเกมเปลี่ยนมาใช้ DirectX 12 แบบเต็มรูปแบบ แทนระบบ Hybrid DirectX 11/12 ของเวอร์ชันก่อนหน้า ทำให้สามารถเพิ่มเทคโนโลยีกราฟิกรุ่นใหม่และปรับแต่งประสิทธิภาพได้มากขึ้น
ฟีเจอร์สำคัญที่สุดคือ Path Tracing ซึ่งแตกต่างจาก Ray Tracing ที่มักใช้กับเอฟเฟกต์เฉพาะส่วน เช่น เงา แสงสะท้อน หรือ Ambient Occlusion โดย Path Tracing จะรวมการคำนวณแสงในฉากเข้าเป็นระบบเดียว ทำให้แสง เงา การสะท้อน และแสงที่กระเด้งจากพื้นผิวต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างสมจริงมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น แสงที่สะท้อนจากพื้นผิวสามารถถ่ายทอดสีไปยังวัตถุอื่นได้ การสะท้อนจะแสดงสภาพแวดล้อมได้แม่นยำขึ้น ขณะที่พื้นที่ภายในอาคารจะได้รับประโยชน์จากการคำนวณแสงของเทียน คบเพลิง และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ละเอียดขึ้น
สำหรับ GeForce RTX 40 Series และ RTX 50 Series ยังมีการนำ Shader Execution Reordering (SER) มาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล Path Tracing อีกด้วย
NVIDIA HairWorks กลับมาในยุค Path Tracing
อีกส่วนที่ได้รับการปรับปรุงคือระบบเส้นผมและขนจาก NVIDIA HairWorks ซึ่งเคยเป็นเทคโนโลยีเด่นของ The Witcher 3 ตั้งแต่ยุคแรก
HairWorks สามารถสร้างเส้นผมแบบ Tessellated ได้มากถึงประมาณ 115,000 เส้น โดยแต่ละเส้นสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวและแรงภายนอก รวมถึงรับแสงและเงาได้อย่างละเอียด
ใน The Witcher 3 ระบบดังกล่าวถูกนำมาใช้กับเส้นผมและหนวดของ Geralt, แผงคอของ Roach, ม้าอีกหลายตัว รวมถึงมอนสเตอร์และศัตรูกว่า 30 ประเภท
สำหรับเวอร์ชัน Remastered NVIDIA ได้พัฒนาเพิ่มเติมด้วย Linear-Swept Spheres หรือ LSS ซึ่งใช้ทรงกลมและท่อแทนการสร้างเส้นผมจากสามเหลี่ยมจำนวนมหาศาล ช่วยลดปริมาณ Geometry ที่ต้องใช้ในการสร้าง BVH สำหรับ Ray Tracing และลดการใช้หน่วยความจำ
เมื่อเปิด LSS Hair Rendering เส้นผมของ Geralt รวมถึงตัวละครและศัตรูที่รองรับ HairWorks จะสามารถรับแสงแบบ Path Tracing ได้เต็มรูปแบบ ส่งผลให้เกิดรายละเอียดด้านเงา Self-shadowing และ Ambient Occlusion ที่สมจริงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ LSS Path-Traced Hair จะรองรับบน GeForce RTX 50 Series ซึ่งมี Ray Tracing Core รุ่นที่ 4 ที่รองรับ Primitive ประเภทนี้
ยกระดับเป็น DLSS 4.5 แบบเต็มชุด
The Witcher 3 เวอร์ชัน Next-Gen เดิมรองรับ DLSS Super Resolution และ 2X Frame Generation อยู่แล้ว แต่ Remastered ได้อัปเกรดเป็น DLSS 4.5 แบบครบชุด
หนึ่งในฟีเจอร์เด่นคือ Dynamic Multi Frame Generation ซึ่งบน GeForce RTX 50 Series สามารถสร้างเฟรมเพิ่มเติมได้สูงสุดในระดับ 6X Frame Generation โดยระบบจะปรับตัวคูณของ Frame Generation แบบไดนามิก เพื่อพยายามรักษาเฟรมเรตตามเป้าหมายที่ผู้เล่นกำหนด หรือให้สอดคล้องกับ V-SYNC Frame Rate Cap
นอกจากนี้ Frame Generation บน RTX 40 และ RTX 50 Series ยังได้รับโมเดล AI รุ่นใหม่ที่เน้นเพิ่มคุณภาพของภาพ พร้อมลด Latency เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ด้าน DLSS Super Resolution ก็เปลี่ยนมาใช้โมเดล AI Transformer รุ่นที่สอง ซึ่ง NVIDIA ระบุว่าช่วยปรับปรุงความคมชัด รายละเอียด และเสถียรภาพของภาพให้ดีขึ้น
ส่วน Ray Reconstruction ได้รับโมเดล Transformer รุ่นที่สองเช่นกัน เพื่อเพิ่มคุณภาพของแสงและเงาที่เกิดจาก Ray Tracing และ Path Tracing โดยเฉพาะ
เมื่อผู้เล่นเปิด Path Tracing พร้อม Ultra+ Preset บน GeForce RTX ระบบจะเปิดใช้งาน DLSS Ray Reconstruction โดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพและช่วยเร่งประสิทธิภาพการประมวลผล
RTX 5090 ดันเกมแตะ 385 FPS
NVIDIA ยังเผยตัวเลขประสิทธิภาพสำหรับ GPU ระดับเรือธง โดยระบุว่า GeForce RTX 5090 ที่เปิดใช้ DLSS 4.5 พร้อม 6X Multi Frame Generation และ Ray Reconstruction สามารถเล่น The Witcher 3: Wild Hunt — Remastered ที่การตั้งค่า Ultra+ และ Path Tracing ได้สูงสุดประมาณ 385 FPS
ขณะที่ GeForce RTX 5080 สามารถทำเฟรมเรตได้สูงสุดประมาณ 245 FPS
ตัวเลขดังกล่าวถูกนำเสนอในฐานะการรองรับจอ 4K OLED 240Hz โดยเฉพาะ ซึ่งหมายความว่า RTX 5080 สามารถขับเฟรมเรตให้สูงกว่ารีเฟรชเรต 240Hz ได้ ส่วน RTX 5090 มีศักยภาพที่จะดันเฟรมเรตขึ้นไปอีกในสถานการณ์ที่เหมาะสม
DLSS 4.5 เริ่มถูกนำไปใช้ในเกมมากขึ้น
นอกจาก The Witcher 3 แล้ว NVIDIA ยังระบุว่าช่วงนี้มีเกมและอัปเดตใหม่ที่เพิ่ม DLSS อย่างต่อเนื่อง เช่น ACE COMBAT 8: WINGS OF THEVE ที่รองรับ DLSS 4.5 Super Resolution และ DLAA, AION 2 ที่รองรับ DLSS 4.5 Super Resolution และ Multi Frame Generation และ Gears of War: E-Day ที่มาพร้อม Ray Tracing, RTX Mega Geometry และ DLSS 4.5
ขณะเดียวกัน SILENT HILL: Townfall และ HOT WHEELS Infinite Rush ก็เปิดตัวพร้อม DLSS Super Resolution ส่วนเกม Enlisted ได้รับการอัปเดตเพิ่ม Path Tracing และ DLSS 4.5 Ray Reconstruction
การอัปเดตครั้งใหญ่ของ The Witcher 3 จึงถือเป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนว่า NVIDIA กำลังผลักดัน DLSS 4.5 จากเกมใหม่ไปสู่เกมระดับ AAA ที่มีฐานผู้เล่นเดิมจำนวนมาก โดยเฉพาะเกมที่มีกราฟิกหนักจาก Path Tracing ซึ่งต้องพึ่งพาทั้งพลังของ GPU และการสร้างภาพด้วย AI เพื่อรักษาเฟรมเรตให้อยู่ในระดับที่เล่นได้จริง



