ผลทดสอบ Blind Test: เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือก DLSS 4.5 มากกว่า Native และ FSR 4
เว็บไซต์เทคโนโลยีเยอรมนี ComputerBase ได้จัดการทดสอบแบบ Blind Test ครั้งใหญ่ โดยเปิดให้เกมเมอร์หลายพันคนโหวตคุณภาพภาพจากวิดีโอเกมที่ใช้เทคนิคเรนเดอร์ต่างกัน โดย ไม่บอกล่วงหน้าว่าแต่ละคลิปใช้เทคโนโลยีอะไร เพื่อกำจัดอคติด้านแบรนด์
ตัวเลือกที่นำมาเปรียบเทียบ ได้แก่
DLSS 4.5 จาก NVIDIA
FSR 4 (AI Upscaling) จาก AMD
การเรนเดอร์แบบ Native Resolution (ไม่ใช้ AI)
หลังเปิดให้โหวตนาน 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนว่า DLSS 4.5 ได้คะแนนนิยมสูงสุดในทุกสถานการณ์ที่ทดสอบ
การทดสอบครอบคลุมหลายเกม เช่น
มีเพียงใน Cyberpunk 2077 ที่ผลโหวตระหว่าง Native กับ DLSS สูสีมากที่สุด แต่ DLSS 4.5 ก็ยังเฉือนชนะเล็กน้อย
รายงานระบุว่า DLSS 4.5 ใช้ Transformer Model เจเนอเรชันที่สอง
จุดเด่นทางเทคนิค ได้แก่:
ใช้รูปแบบข้อมูล FP8 เพื่อเพิ่มปริมาณการคำนวณโดยสูญเสียความแม่นยำน้อยมาก
อัลกอริทึมเข้าใจ “บริบทของภาพ” ได้ดีขึ้น (Context-Aware)
ใช้ข้อมูลอินพุตอย่างชาญฉลาด ทำให้รายละเอียดภาพคมและเสถียรกว่า
ลดอาการเบลอ ภาพแตก และปัญหา temporal artifacts
ผลลัพธ์คือวิดีโอเอาต์พุตที่ผู้ชม “รู้สึกว่าดูดีกว่า” แม้ไม่ได้เรนเดอร์แบบ Native จริง ๆ
เทคโนโลยี ML-based ใหม่ของ AMD (แพ็กเกจ Redstone) แม้จะช่วยเพิ่ม FPS ได้ดี
คุณภาพภาพยังเป็นรอง
บางกรณี Native ดูดีกว่า FSR 4 ด้วยซ้ำ
กล่าวคือ FSR ยังตอบโจทย์ “ประสิทธิภาพ” ได้ดี
ผลทดสอบนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ว่า
เมื่อโมเดล AI มีความแม่นยำมากพอ ผู้เล่นจำนวนมากกลับ “ชอบภาพที่ผ่าน AI” มากกว่าภาพ Native แบบดั้งเดิม — ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเทคโนโลยีกราฟิกแบบเรียลไทม์
เกมที่ใช้ในการทดสอบ
Anno 117, ARC Raiders, Cyberpunk 2077, Horizon Forbidden West, Satisfactory และ The Last of Us Part II
ทำไม DLSS 4.5 ถึงชนะใจผู้เล่น
ซึ่งถูกฝึกด้วยชุดข้อมูลเกมจำนวนมากกว่าเดิม และใช้พลังประมวลผลในการเทรนสูงกว่ารุ่นแรกถึง 5 เท่า
ฝั่ง FSR 4 ยังเน้นเฟรมเรตมากกว่าความสวย
แต่ในการทดสอบ ผู้เล่นจำนวนมากยังมองว่า:
แต่ DLSS 4.5 เริ่มครองความได้เปรียบด้าน “คุณภาพภาพ + AI reconstruction”
สัญญาณสำคัญของวงการกราฟิกเกม
AI Upscaling ไม่ได้เป็นแค่ตัวช่วยเพิ่มเฟรมเรตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวิธีเรนเดอร์หลักของเกมยุคใหม่
ที่มา: TechPowerUp



