รายงานว่า อิหร่านได้ใช้โดรนโจมตีศูนย์ข้อมูลของ Amazon Web Services (AWS) ในบาห์เรนอีกครั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำคัญ ส่งผลให้ระบบในบาห์เรนได้รับความเสียหายเพิ่มเติม ขณะนี้ Amazon กำลังช่วยลูกค้าย้ายโหลดงานไปยังภูมิภาคอื่น แต่ยังไม่ทราบระดับความเสียหายและระยะเวลาการกู้คืนที่ชัดเจน
รายงานจาก Interesting Engineering ระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างระบบคลาวด์ของ AWS ในบาห์เรน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “รูปแบบสงครามยุคใหม่” กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอย่างน้ำมันหรือเส้นทางขนส่ง สู่การโจมตีศูนย์ข้อมูลที่มีมูลค่าสูง
ศูนย์ข้อมูล AWS ในบาห์เรนถือเป็นโครงสร้างหลักของเครือข่ายคลาวด์ในตะวันออกกลาง โดยรองรับบริการสำคัญจำนวนมาก เช่น
- ระบบธนาคาร
- เครือข่ายการบิน
- แพลตฟอร์มโลจิสติกส์
- ระบบภาครัฐ
การหยุดชะงักของโหนดสำคัญเช่นนี้ อาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของข้อมูล (availability), เวลา uptime ของระบบ และกลไกสำรอง (failover) โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้
ปัจจุบัน มีรายงานว่าบริการของ AWS ในบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำนวนมากอยู่ในสถานะ “หยุดให้บริการ” หรือ “ประสิทธิภาพลดลง” นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกกำหนดเป็นเป้าหมายไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ตอบโต้ทางยุทธศาสตร์
ด้าน Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ได้ประกาศเตรียมตอบโต้บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ พร้อมระบุรายชื่อเป้าหมาย เช่น
- NVIDIA
- Microsoft
- Oracle
- IBM
- Amazon Web Services
- Cloudflare
พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจากเป้าหมายเหล่านี้
เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐมีฐานธุรกิจจำนวนมากในตะวันออกกลาง หากเกิดการโจมตีจริง ความเสียหายอาจรุนแรง และเนื่องจากประกันภัยทั่วไปมักไม่ครอบคลุมความเสียหายจากสงครามหรือการทหาร บริษัทอาจต้องรับภาระค่าเสียหายทั้งหมดเอง
สรุป:
ศูนย์ข้อมูลคลาวด์กำลังกลายเป็น “เป้าหมายใหม่” ในสงครามยุคดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบออนไลน์ทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: HKEPC



