AMD ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หุ้นพุ่งแตะกว่า 615 ดอลลาร์ ดันดีล OpenAI ถูกจับตา
AMD กำลังเข้าสู่อีกบทสำคัญของบริษัท หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 จนทำให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัททะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบทบาทของ AMD ในตลาด AI และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ระหว่างการซื้อขาย หุ้น AMD ขึ้นไปทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ประมาณ 615.98 ดอลลาร์ต่อหุ้น ก่อนปิดตลาดที่ราว 615.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากระดับปิดของวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ซึ่งอยู่ที่ราว 559.91 ดอลลาร์ ถือเป็นการขยับขึ้นครั้งใหญ่ในวันเดียวสำหรับบริษัทที่มีมูลค่าระดับหลายแสนล้านดอลลาร์
การทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ทำให้ AMD เข้าไปอยู่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกที่มีมูลค่าบริษัทแตะหลักล้านล้านดอลลาร์ โดยหลายแหล่งจัดให้ AMD ขยับขึ้นมาอยู่ราวอันดับ 16 ของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลาที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น
เบื้องหลังการเติบโตครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนตำแหน่งของ AMD จากบริษัทผู้ผลิต CPU และ GPU ไปสู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประมวลผล AI แบบครบวงจรมากขึ้น
ในฝั่งเซิร์ฟเวอร์ AMD ยังคงขยายธุรกิจ EPYC อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่าง EPYC "Venice" ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร ขณะที่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Instinct MI ก็กำลังถูกนำไปใช้กับงาน AI Training และ AI Inference มากขึ้น ซึ่งทำให้ AMD สามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่ Nvidia ครองตลาดอยู่เป็นหลัก
อีกส่วนที่ถูกจับตามองคือ AMD กำลังขยับจากการขายชิปเพียงอย่างเดียวไปสู่โซลูชันระดับระบบผ่านแพลตฟอร์มอย่าง "Helios" ซึ่งถูกวางตำแหน่งสำหรับการสร้างระบบ AI และการประมวลผลระดับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแนวทางดังกล่าวช่วยให้ AMD มีโอกาสเข้าถึงมูลค่าตลาดที่มากกว่าการขาย CPU หรือ GPU แยกชิ้นเพียงอย่างเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้ราคาหุ้น AMD ถูกจับตามองเป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมาคือดีลครั้งใหญ่กับ OpenAI
ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2025 AMD และ OpenAI ลงนามข้อตกลงสำหรับการนำ GPU ของ AMD ไปใช้งานรวมสูงสุด 6 กิกะวัตต์ โดยเฟสแรกเริ่มต้นที่ 1 กิกะวัตต์ และใช้ AMD Instinct MI450 Series เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของการติดตั้ง
พร้อมกันนั้น AMD ได้ออก Warrant ให้ OpenAI สามารถซื้อหุ้น AMD ได้สูงสุด 160 ล้านหุ้น ที่ราคาใช้สิทธิ 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือคิดเป็นต้นทุนใช้สิทธิทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์ หากหุ้นทั้งหมดสามารถ Vest และถูกใช้สิทธิได้ครบ
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ได้หมายความว่า OpenAI จะได้รับหุ้น 160 ล้านหุ้นทันที เพราะหุ้นดังกล่าวจะทยอย Vest ตามเงื่อนไขหลายรายการ ทั้งระดับการจัดส่งและซื้อ GPU ของ AMD การขยายการใช้งานไปจนถึง 6 กิกะวัตต์ รวมถึงเป้าหมายราคาหุ้นและเงื่อนไขด้านผลการดำเนินงาน โดยเอกสารของ AMD ระบุว่าหุ้นใน Tranche สุดท้ายมีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับราคา AMD ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อหุ้นด้วย
ดังนั้น การที่ AMD ขึ้นมายืนเหนือ 600 ดอลลาร์ต่อหุ้นจึงมีความหมายอย่างมากต่อโครงสร้างของดีลนี้ แต่การแตะราคาดังกล่าวเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ OpenAI ได้รับสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เพราะยังมีเงื่อนไขด้านการซื้อ GPU รวมถึงเงื่อนไขทางเทคนิคและเชิงพาณิชย์อื่น ๆ ที่ต้องผ่านให้ครบ
ในทางตัวเลข หาก OpenAI สามารถทำให้ Warrant ทั้ง 160 ล้านหุ้น Vest และใช้สิทธิ์ได้ครบที่ราคา 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น มูลค่าของหุ้นชุดดังกล่าวตามราคาหุ้น AMD ที่ราว 615 ดอลลาร์จะอยู่ที่เกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ต้นทุนใช้สิทธิ์อยู่ที่เพียงประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้น ไม่ใช่กำไรที่ OpenAI ได้รับทันที และสิทธิ์ทั้งหมดก็ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญา
ขณะเดียวกัน OpenAI ได้เปิดตัว GPT-6 Astra เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ซึ่งสะท้อนการขยายตัวของ AI รุ่นใหม่และความต้องการกำลังประมวลผลในระดับสูง แต่จากเอกสาร AMD ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ยังไม่มีการระบุว่า "ความสำเร็จของ GPT-6 Astra" เป็นเงื่อนไขโดยตรงที่ทำให้ Warrant ของ OpenAI Vest ดังนั้นประเด็นนี้ควรแยกออกจากเงื่อนไขตามสัญญา AMD–OpenAI อย่างชัดเจน
การที่ AMD ทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของราคาหุ้น แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังให้มูลค่ากับ AMD ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของยุค AI มากขึ้น จากบริษัทที่เคยถูกมองว่าเป็นคู่แข่งหลักในตลาด CPU ปัจจุบัน AMD กำลังขยายบทบาทไปยัง GPU สำหรับ AI, CPU สำหรับเซิร์ฟเวอร์, ระบบ Rack-scale และโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่
คำถามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า AMD จะรักษามูลค่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้หรือไม่ แต่คือบริษัทจะสามารถเปลี่ยนความต้องการด้าน AI ที่กำลังเพิ่มขึ้น ให้กลายเป็นรายได้และกำไรในระดับที่รองรับมูลค่าบริษัทดังกล่าวได้มากเพียงใด
ที่มา: TechPowerUp



