Acer เตือนตลาด PC ยังไม่พ้นวิกฤต! ราคาอาจพุ่งอีก 5–20% ในไตรมาส 4/2026 และอาจแพงสุดกลางปี 2027
คนที่กำลังรอให้ราคา PC, RAM และ SSD กลับลงมา อาจต้องรอต่อไปอีกระยะ หลัง Jason Chen ประธานและ CEO ของ Acer ออกมาประเมินว่า ราคาขายเครื่อง PC โดยเฉลี่ยอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5–20% ในไตรมาส 4 ปี 2026 ก่อนที่ราคาจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดราว กลางปี 2027 และจึงมีโอกาสเริ่มปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีดังกล่าว
คำเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งที่สถานการณ์ด้าน “ปริมาณสินค้า” เริ่มดีขึ้นแล้ว ทำให้ตลาดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างแปลก คือ ของไม่ได้ขาดแคลนหนักเหมือนก่อน แต่ราคายังคงอยู่ในระดับสูง
DDR4 และ DDR5 เริ่มมีของ แต่ราคายังไม่ลง
Chen ระบุเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 ว่า ปัจจุบันทั้ง DDR4 และ DDR5 ไม่ได้ขาดตลาดในวงกว้างแล้ว และ CPU ก็ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนรุนแรงเช่นกัน โดยชิปที่ยังตึงตัวจะเป็นกลุ่มระดับล่างและระดับกลางบางรุ่นมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ปริมาณสินค้าไม่ได้หมายความว่าต้นทุนจะลดลงทันที เพราะในฝั่ง Memory และ SSD ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง และต้นทุนเหล่านี้ยังค่อย ๆ ถูกส่งผ่านมายังผู้ผลิตเครื่อง PC
Chen จึงมองว่าในช่วงไตรมาส 4 ผู้ผลิตยังมีแรงกดดันด้านต้นทุน และราคาเครื่องสำเร็จรูปอาจต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก 5–20% โดยเครื่องที่ติดตั้ง RAM หรือ SSD ความจุสูงมีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าเครื่องสเปกพื้นฐาน
ทำไมของเริ่มมี แต่ PC ยังแพง?
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ระยะเวลาการส่งผ่านต้นทุน
แม้ว่าต้นทุนชิ้นส่วนจะเริ่มลดลงในอนาคต แต่บริษัทที่ผลิต PC ไม่ได้ซื้อชิ้นส่วนและประกอบเครื่องขายให้ลูกค้าทันทีทั้งหมด เพราะยังมีสินค้าในคลัง กระบวนการผลิต การขนส่ง และรอบการขายของร้านค้า
นั่นหมายความว่า ต่อให้ต้นทุน DRAM หรือ NAND เริ่มลดลงในช่วงต้นปี 2027 ราคาที่ผู้บริโภคเห็นหน้าร้านอาจยังไม่ลดลงทันที
Chen จึงคาดว่าผลกระทบจากต้นทุนที่สูงในปัจจุบันจะยังถูกสะท้อนออกมาในราคาขายปลายทางอีกหลายเดือน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาประเมินว่า ค่าเฉลี่ยราคาขาย PC หรือ ASP จะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดประมาณกลางปี 2027 ก่อนที่จะมีโอกาสลดลงในครึ่งหลังของปี
TrendForce ยังมอง Memory แพงต่อใน Q3 2026
มุมมองของ Acer สอดคล้องกับข้อมูลตลาด Memory ที่ยังแสดงแรงกดดันด้านราคา โดย TrendForce คาดว่าราคา Contract ของ Conventional DRAM จะเพิ่มขึ้นประมาณ 13–18% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสใน Q3 2026 ขณะที่ NAND Flash คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10–15%
TrendForce ระบุว่าแม้ความต้องการจากตลาดผู้บริโภคจะเริ่มอ่อนตัวลงจากราคาที่สูงขึ้น แต่ความต้องการจาก AI Server และ Data Center ยังคงช่วยพยุงตลาด Memory เอาไว้ ขณะเดียวกันผู้ผลิตยังจัดสรรกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์สำหรับเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ทำให้ Supply สำหรับตลาด PC ถูกกดดันต่อเนื่อง
ข้อมูลราคาของ TrendForce ณ วันที่ 18 กันยายน 2026 ยังแสดงให้เห็นว่าตลาด DRAM มีการเคลื่อนไหวในระดับสูง โดยราคา Spot ของชิป DDR5 16Gb บางรายการอยู่ในระดับประมาณ 56 ดอลลาร์ต่อหน่วยตามค่าเฉลี่ยของเซสชันดังกล่าว
Acer ไม่เชื่อวิกฤต Memory จะลากยาวถึงปี 2030
อีกประเด็นที่น่าสนใจจาก Chen คือมุมมองต่อการคาดการณ์ว่าตลาด Memory อาจอยู่ในภาวะตึงตัวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030
เขามองว่าเมื่อกำลังการผลิตใหม่ทยอยเข้ามา โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีน ภาวะขาดแคลนจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ยาวนานขนาดนั้น โดย Chen ระบุอย่างชัดเจนว่า “ขาดถึงปี 2030 เป็นไปไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม การที่โรงงานใหม่กำลังเพิ่มกำลังผลิตไม่ได้หมายความว่า Supply จะเพิ่มขึ้นทันที เพราะการก่อสร้างโรงงาน การติดตั้งเครื่องจักร การเพิ่ม Yield และการผลิตให้ได้มาตรฐานเชิงพาณิชย์ ล้วนต้องใช้เวลา
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา CXMT ก็มีรายงานว่ากำลังเตรียมเข้าสู่ตลาด NAND Flash ด้วยสาย R&D ในกรุงปักกิ่ง ขณะที่ YMTC กำลังขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่อาจเพิ่ม Supply ของหน่วยความจำในระยะยาว
AMD ก็มีข่าวเตรียมขึ้นราคาอีกประมาณ 10%
แรงกดดันไม่ได้มาจาก RAM และ SSD เพียงอย่างเดียว เพราะล่าสุดมีรายงานว่า AMD อาจปรับราคาผลิตภัณฑ์ประมาณ 10% ในไตรมาส 4/2026 จากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยกลุ่มที่ถูกระบุว่าครอบคลุมได้แก่ AI Accelerator, Consumer GPU และ Chipset
ส่วน Ryzen CPU ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าอยู่ในรายการขึ้นราคาครั้งนี้หรือไม่ โดยรายงานจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่าเรื่อง CPU ยังไม่ถูกระบุโดยตรง
หากต้นทุนทั้ง Memory, SSD, GPU และส่วนประกอบอื่นเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ก็ย่อมสร้างแรงกดดันต่อราคาของ PC สำเร็จรูปมากกว่าการขึ้นราคาชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว
แล้วเมื่อไร PC ถึงจะเริ่มถูกลง?
ภาพที่ Acer มองในตอนนี้ไม่ได้ชี้ว่าราคาจะลดลงในเร็ว ๆ นี้ แต่เป็นเส้นทางประมาณว่า
Q4 2026: PC อาจขึ้นอีก 5–20%
ต้นปี 2027: ต้นทุนบางส่วนเริ่มมีโอกาสผ่อนคลาย แต่ราคาปลายทางยังได้รับผลจากต้นทุนเดิม
กลางปี 2027: Acer คาดว่า PC ASP อาจแตะจุดสูงสุด
ครึ่งหลังปี 2027: มีโอกาสเห็นราคาปรับลดลง หาก Supply เพิ่มขึ้นและต้นทุนชิ้นส่วนลดลง
ทั้งหมดนี้ยังเป็น การประเมินของ Acer ไม่ใช่การรับประกันทิศทางราคา เพราะตลาด PC ยังขึ้นอยู่กับทั้ง AI Infrastructure, การจัดสรรกำลังการผลิตของผู้ผลิต Memory, ราคาชิป, ค่าเงิน, ต้นทุนการผลิต และอุปสงค์ของผู้บริโภค
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจึงไม่ใช่แค่ว่า “RAM ขาดหรือไม่” แต่คือ แม้ Supply เริ่มดีขึ้น ราคาของ PC ก็อาจยังแพงต่อไปอีกหลายไตรมาส เพราะต้นทุนที่สูงต้องใช้เวลากว่าจะไหลผ่านห่วงโซ่การผลิตจนถึงราคาหน้าร้าน
และหากการประเมินของ Acer เป็นไปตามนั้น ตลาด PC อาจต้องรอถึง ช่วงครึ่งหลังของปี 2027 จึงจะมีโอกาสเห็นราคาที่เริ่มผ่อนคลายอย่างจริงจัง.
ที่มา: TechPowerUp



