Microsoft เผย Windows 11 ใช้แรมน้อยลงแล้ว! เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
หลังจากเผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งาน Windows 11 ตลอดช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด Microsoft ได้อัปเดตความคืบหน้าของแผนปรับปรุงระบบ โดยระบุว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการหน่วยความจำ (Memory Efficiency) และลดการใช้ RAM ขององค์ประกอบต่าง ๆ ภายในระบบปฏิบัติการ เพื่อให้ Windows 11 ทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้น โดยเฉพาะบนเครื่องที่มีหน่วยความจำ 8GB ขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม แม้ Microsoft จะยืนยันว่ามีการปรับปรุงหลายด้าน แต่ผลสำรวจผู้ใช้งานกลับสะท้อนว่าหลายคนยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง และบางส่วนมองว่าระบบกลับแย่ลงกว่าเดิม
Microsoft เคยรับปากปรับปรุง Windows ตั้งแต่เดือนมีนาคม
ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2026 Microsoft ออกแถลงการณ์ยอมรับเสียงวิจารณ์จากผู้ใช้เกี่ยวกับความลื่นไหลของ Windows พร้อมประกาศว่าจะมุ่งพัฒนา
- การนำทางภายในระบบให้ลื่นไหลขึ้น
- เพิ่มความเสถียรของการใช้งานประจำวัน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของ Windows 11
ล่าสุด หลังผ่านไปกว่า 4 เดือน Pavan Davuluri ประธานฝ่าย Windows + Devices ได้เผยความคืบหน้าผ่านแพลตฟอร์ม X ถึงแนวทางการพัฒนาที่กำลังดำเนินอยู่
ลดการใช้ RAM ทั้งระบบ
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการหน่วยความจำ
Microsoft ระบุว่าได้ดำเนินการหลายด้าน เช่น
- ลดการใช้หน่วยความจำของแอปและส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบ
- ปรับปรุง Memory Allocator ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ปรับแต่ง WinUI 3 ให้แอปพลิเคชันที่สร้างด้วยเฟรมเวิร์กนี้ใช้ RAM น้อยลงตั้งแต่ระดับการออกแบบ
- เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Chromium และ WebView2 ซึ่งถูกใช้งานในองค์ประกอบหลายส่วนของ Windows
Microsoft ระบุว่าการปรับปรุงเหล่านี้จะช่วยลด Memory Overhead และทำให้ Windows 11 ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น
โฟกัสเครื่องที่มี RAM 8GB ขึ้นไป
Microsoft ยังเปิดเผยแผนพัฒนาระยะต่อไป โดยจะให้ความสำคัญกับ
"Memory Optimization สำหรับเครื่องที่มี RAM 8GB ขึ้นไป"
เป้าหมายคือการลดการใช้หน่วยความจำของระบบ เพื่อให้ Windows ทำงานได้รวดเร็วและตอบสนองได้ดีบนคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้งานในชีวิตประจำวัน
แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันคอมพิวเตอร์จำนวนมากยังคงใช้ RAM 8GB ซึ่งมักประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพเมื่อเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน
ปรับปรุง Start Menu และ Taskbar ด้วย
นอกจากการจัดการหน่วยความจำ Microsoft ยังระบุว่ามีการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของ
- Start Menu
- Taskbar
- ระบบนำทางภายใน Windows
เพื่อให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นและลดความหน่วงระหว่างการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขหรือผลการทดสอบที่แสดงให้เห็นถึงการลดการใช้ RAM อย่างเป็นรูปธรรม
ผลสำรวจสะท้อน ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกว่าดีขึ้น
แม้ Microsoft จะระบุว่ามีการปรับปรุงหลายด้าน แต่ผลสำรวจจากเว็บไซต์ TechPowerUp ที่มีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 24,100 คน กลับสะท้อนมุมมองที่แตกต่างออกไป
ผลสำรวจพบว่า
- 6% รู้สึกว่า Windows ดีขึ้นอย่างชัดเจน
- 12% เห็นว่ามีการปรับปรุงเล็กน้อย
- 46% ระบุว่าแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง
- 36% มองว่า Windows 11 กลับมีประสิทธิภาพแย่ลงหลังจาก Microsoft เริ่มแผนปรับปรุง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ใช้จำนวนมากยังไม่สัมผัสถึงผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง แม้ Microsoft จะระบุว่ามีการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง
Microsoft ยังต้องพิสูจน์ผลลัพธ์ในระยะยาว
การลดการใช้ RAM และเพิ่มประสิทธิภาพของ Windows 11 ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ Microsoft หลังได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ใช้จำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานจะสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างได้จริงในการใช้งานประจำวันหรือไม่ เพราะแม้บริษัทจะอ้างว่ามีการปรับปรุงในระดับโครงสร้างของระบบ แต่จากผลสำรวจล่าสุด ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังมองว่าประสบการณ์ใช้งาน Windows 11 แทบไม่เปลี่ยนแปลง หรือในบางกรณีกลับแย่ลงกว่าเดิม ทำให้ Microsoft ยังมีงานอีกมากในการสร้างความเชื่อมั่นว่าการปรับปรุงครั้งนี้จะส่งผลต่อผู้ใช้ในวงกว้างอย่างแท้จริง
ที่มา: TechPowerUp



