แม้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะกำลังกินพื้นที่แทบทุกมุมของโลกซอฟต์แวร์ แต่ฝั่งเกมเมอร์กลับเป็นฝ่ายได้รับผลกระทบโดยตรง รายงานจาก The Information ระบุว่า NVIDIA ได้ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 50 รุ่น “SUPER” ออกไปทั้งหมด เนื่องจากผู้บริหารให้ความสำคัญกับธุรกิจ AI Accelerator มากกว่าตลาดเกมมิ่ง ซึ่งต้องแย่งชิงทรัพยากรสำคัญอย่าง หน่วยความจำ GDDR7 ระดับไฮเอนด์
เดิมที GeForce RTX 50 “SUPER” มีกำหนดเปิดตัวในงาน CES 2026 และเริ่มวางจำหน่ายช่วงไตรมาส 1 หรือ 2 ของปี 2026 แต่ปัญหาอยู่ที่การ์ดรุ่น SUPER จะใช้ ชิป GDDR7 ความจุสูง 3GB ต่อชิป ซึ่งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผู้บริหาร NVIDIA มองว่าหน่วยความจำชนิดนี้มีความสำคัญต่อธุรกิจ AI มากเกินไป จึงตัดสินใจเลื่อนแผนรีเฟรชการ์ดเกมมิ่งออกไปแบบไม่มีกำหนด
เดิมแผนของซีรีส์ “SUPER” คือการอัปเกรดหน่วยความจำด้วย GDDR7 ความหนาแน่นสูง โดย
-
RTX 5070 SUPER จะเพิ่ม VRAM เป็น 18GB
-
RTX 5070 Ti SUPER และ RTX 5080 SUPER จะเพิ่มเป็น 24GB GDDR7
อย่างไรก็ตาม หน่วยความจำ GDDR7 แบบความจุสูงนี้ยังถูกใช้งานในกลุ่ม GPU สำหรับ AI เช่น RTX PRO 6000 “Blackwell” และแพลตฟอร์ม “Rubin CPX” ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่ามาก ทำให้ NVIDIA เลือกทุ่มทรัพยากรไปที่ตลาดนี้แทน ส่งผลให้ฝั่งเกมเมอร์ต้องเผชิญกับ การ์ด RTX 50 รุ่นปกติที่ราคายังสูง และไม่มีตัวเลือก SUPER มาแก้สมดุลด้าน VRAM
ไม่เพียงเท่านั้น รายงานยังระบุว่า การ์ดจอผู้บริโภครุ่นถัดไปของ NVIDIA หรือ RTX 60-series (โค้ดเนม “Rubin”) ก็ถูกเลื่อนออกไปในโรดแมปภายในเช่นกัน เดิมที RTX 60-series มีกำหนดเริ่มการผลิตจำนวนมากในช่วงปลายปี 2027 แต่แผนดังกล่าวอาจถูกขยับออกไปอีก เนื่องจาก NVIDIA อาจไม่สามารถจัดหาหน่วยความจำจากผู้ผลิตอย่าง Samsung, Micron และ SK hynix ได้เพียงพอสำหรับทั้งตลาด AI และตลาดเกมมิ่งพร้อมกัน
โดยสรุปแล้ว กระแส AI ที่ร้อนแรงกำลังทำให้ ตลาดการ์ดจอเกมมิ่งถูกลดความสำคัญลงอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของไทม์ไลน์และตัวเลือกสินค้า และอาจทำให้เกมเมอร์ต้องรอการเปลี่ยนรุ่นครั้งใหญ่ของ NVIDIA นานกว่าที่คาดไว้มากในรอบนี้
ที่มา: TechPowerUp



