มีรายงานจากสื่อต่างประเทศว่า ช่วงหลังมานี้ราคา DRAM ปรับตัวพุ่งขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีนี้ ราคาขายเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้มีผู้ใช้ Reddit ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมี “ทฤษฎีสมคบคิดการขึ้นราคา DRAM” โดยกล่าวหาว่าผู้ผลิตฉวยกระแส AI เพื่อปรับขึ้นราคา พร้อมเรียกร้องให้เกมเมอร์ร่วมกันคว่ำบาตรผู้ผลิต DRAM โดยระบุว่า “ภาวะขาดแคลน DRAM เป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นเอง ผู้บริโภคต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองด้วยการไม่ซื้อสินค้า”
ตามรายงาน หลายคนทราบดีว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคา DRAM “พุ่งขึ้นแบบบ้าคลั่ง” คือความต้องการหน่วยความจำในศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มสูงมาก ผู้ผลิต DRAM ฝั่งต้นน้ำจึงย้ายกำลังการผลิตไปยังหน่วยความจำ HBM และ RDIMM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งให้กำไรมากกว่า ส่งผลให้ DRAM สำหรับผู้บริโภคทั่วไปและ VRAM เกิดปัญหาขาดแคลนหนัก
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ Reddit บางคนเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็น “กับดัก” จึงเริ่มรณรงค์คว่ำบาตร DRAM โดยผู้ใช้ชื่อ Arbiter61 ตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็น “แผนขึ้นราคา DRAM” โดยอ้างว่า หลังยุคโควิด เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ DRAM ล้นตลาด ผู้ผลิตจึง “ตั้งใจลดกำลังการผลิต” และในเมื่อ DRAM ถูกควบคุมโดยบริษัทไม่กี่ราย พวกเขาจึงใช้วิธีเดียวกับตลาด GPU คือโยนความผิดให้ความต้องการจาก AI ทั้งที่ความจริงคือการจำกัดซัพพลายเพื่อดันราคาขึ้นให้สูงสุด
Arbiter61 จึงชวนผู้ใช้ทำ “แคมเปญงดซื้อ DRAM” โดยให้เกมเมอร์หยุดอัปเกรดเครื่อง งดซื้อโมดูล DRAM ใหม่ หรือหันไปใช้ของมือสอง เพื่อให้ผู้ผลิตที่โลภกำไร “ได้รับผลจากการกระทำของตัวเอง”
แม้โพสต์ดังกล่าวจะได้รับความสนใจอย่างมากใน Reddit แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็เข้ามาเตือนให้เจ้าของโพสต์ “ตั้งสติ” เพราะในความเป็นจริง DRAM สำหรับ PC ส่วนใหญ่ถูกใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยตลาด DIY มีสัดส่วนเพียงประมาณ 30% เท่านั้น จึงแทบไม่มีอำนาจต่อรอง
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตรายใหญ่ให้ความสำคัญกับ HBM และ RDIMM ที่กำไรสูง ดังนั้นตลาด DRAM สำหรับผู้บริโภคที่มีกำไรน้อยจึงไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ หากราคายังต่ำก็มีแต่จะถูกลดกำลังการผลิตลงไปอีก
ผู้ใช้ใน Reddit จำนวนมากแสดงความรู้สึกว่าตนเอง “ทำอะไรไม่ได้เลย” และต้องยอมรับแรงกดดันจากตลาดที่ใหญ่กว่า ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาด DRAM สำหรับ PC จะยังคงตึงตัว ราคาจะสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 และอาจลากยาวไปจนถึงปี 2028



