Gamers Nexus เจาะวิกฤต RAM + SSD ชี้การแย่ง Memory ของ Hyperscaler กำลังทำตลาดสินค้าไอทีพังทั้งระบบ
Gamers Nexus (GN) โดย Steve Burke และทีมงาน กลับมาเจาะลึกวิกฤตหน่วยความจำอีกครั้งในวิดีโอชุดใหม่ชื่อ “Memory Companies Have Destroyed the Consumer Market” โดยรวบรวมสถานการณ์ล่าสุดของทั้ง DRAM และ NAND/Storage แล้วตั้งข้อสังเกตว่า การที่ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่หันไปตอบสนองความต้องการของ Hyperscaler และ Data Center ในระยะยาว กำลังส่งผลกระทบต่อสินค้าสำหรับผู้บริโภคในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ RAM หรือ SSD เท่านั้น
วิดีโอดังกล่าวเผยแพร่เมื่อ 21 กันยายน 2026 และมีความยาวประมาณ 31 นาที โดยเป็นการนำข่าวและข้อมูลจากการติดตามตลาด Memory ของ GN มาประมวลผลใหม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ทีมงานเคยทำรายงานเชิงลึกทั้งเรื่อง DRAM, SSD และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมหน่วยความจำมาแล้ว
จาก RAM แพง กลายเป็นปัญหาของสินค้าแทบทุกประเภท
ข้อเสนอหลักของ Gamers Nexus คือ ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียง RAM ขึ้นราคา แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรกำลังผลิตของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ
ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่กำลังให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler, AI และ Data Center ซึ่งสามารถสั่งซื้อหน่วยความจำปริมาณมหาศาลผ่านข้อตกลงระยะยาว ทำให้ผู้ซื้อแบบ Consumer และบริษัทที่มีอำนาจต่อรองต่ำกว่าต้องเผชิญกับ Supply ที่จำกัดลง
GN เคยอธิบายตั้งแต่ปี 2025 ว่า AI Server Demand เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ DRAM สำหรับตลาด Desktop ถูกเบียดออกไป ขณะที่ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปจัดสรรกำลังผลิตให้ HBM และ Server Memory ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า
จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “ใครซื้อได้มากกว่า”
ตลาด Memory แตกต่างจากตลาด CPU หรือ GPU ตรงที่มีผู้ผลิตต้นน้ำรายใหญ่อยู่ไม่กี่ราย
ใน DRAM ผู้ผลิตรายสำคัญอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron มีบทบาทอย่างมากต่อ Supply ทั่วโลก และ GN ชี้ว่าผู้ซื้อขนาดใหญ่อย่าง NVIDIA, OpenAI และ Hyperscaler สามารถสร้างคำสั่งซื้อที่มีขนาดใหญ่กว่าผู้ประกอบ PC หรือผู้ผลิตโมดูลทั่วไปอย่างมาก
GN ยกกรณี Valve Steam Machine เป็นตัวอย่าง บริษัทระบุว่า Valve ไม่ได้มีสัญญาจัดสรร DRAM โดยตรงกับ Samsung, SK hynix หรือ Micron และต้องเผชิญกับการจัดสรรสินค้ารายเดือนแทน ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ได้รับความสำคัญมากกว่า
นั่นทำให้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า “โรงงานผลิต RAM ไม่ได้” แต่เป็นเรื่องของ กำลังผลิตที่มีอยู่ถูกจัดสรรไปให้ใคร
GN เคยพบราคา RAM พุ่งหลักร้อยเปอร์เซ็นต์
Gamers Nexus เริ่มติดตามปัญหา DRAM อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2025 โดยพบว่า RAM บางรุ่นเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ตัวอย่างที่ GN เคยบันทึกไว้คือ DDR5-6000 ขนาด 32GB บางชุดปรับขึ้นตั้งแต่ประมาณ 93 ดอลลาร์ไปถึง 250 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 169% และบางชุดเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน
GN อธิบายว่าราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งความต้องการจาก Data Center, การลดกำลังผลิตหลังช่วงตลาด Oversupply ก่อนหน้า และการโยกทรัพยากรไปยัง Server/HBM
ดังนั้น AI จึงไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่เป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ตลาดซึ่งเดิมมีวัฏจักรราคาแบบขึ้นลง กลายเป็นตลาดที่มีแรงกดดันด้าน Supply ยาวนานขึ้น
คราวนี้ NAND ก็โดนด้วย
ช่วงแรกวิกฤตชัดเจนที่สุดที่ DRAM แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2026 NAND Flash และ SSD ก็เริ่มได้รับแรงกระทบอย่างหนัก
Gamers Nexus ระบุในรายงาน SSD เมื่อเดือนเมษายนว่า ราคา NAND Spot บางรายการ เช่น 512Gb TLC เพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่าในช่วง 6 เดือน และราคาสินค้า Consumer เริ่มได้รับผลกระทบตามมา
สาเหตุสำคัญคือ Data Center ไม่ได้ใช้เพียง GPU หรือ DRAM ปริมาณมหาศาลอีกต่อไป แต่ยังต้องการ Enterprise SSD และ Storage สำหรับข้อมูลของ AI Model, Dataset และระบบ Inference
GN ระบุว่าผู้ผลิตบางรายกำลังให้ความสำคัญกับ Enterprise SSD ที่มี Margin สูงกว่า ขณะที่บางบริษัทก็ลดกำลังการผลิต NAND ลง ซึ่งยิ่งทำให้ Supply สำหรับตลาด Consumer ตึงตัวมากขึ้น
ปัญหาเริ่มลามไปไกลกว่า PC
นี่คือจุดที่วิดีโอล่าสุดของ GN ต้องการชี้ให้เห็นว่า RAM และ NAND ไม่ได้อยู่แค่ในคอมพิวเตอร์
แทบทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ต้องใช้ Memory หรือ Storage ไม่ว่าจะเป็น
สมาร์ตโฟน
แท็บเล็ต
โน้ตบุ๊ก
เครื่องเกม
Smart TV
กล้อง
อุปกรณ์ IoT
Automotive Electronics
อุปกรณ์ Edge AI
ดังนั้นเมื่อราคาของ DRAM, NAND หรือ eMMC/UFS เพิ่มขึ้น ต้นทุนก็สามารถไหลผ่านไปยังสินค้าปลายทางหลายประเภท
GN เคยยกตัวอย่างในรายงาน SSD ว่า Steam Deck ต้องเผชิญปัญหาด้าน Memory และ Storage Supply และ Valve ก็เคยระบุถึงผลกระทบของต้นทุน Memory/Storage ต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท
“AI” กำลังเปลี่ยนความสำคัญของลูกค้าในตลาด Memory
ในอดีตโรงงาน DRAM มีตลาดหลักอย่าง PC, Smartphone และ Server และตลาดเหล่านี้หมุนเวียนตามวัฏจักร Supply/Demand
แต่การเติบโตของ AI ทำให้เกิดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการ Memory จำนวนมหาศาลและพร้อมทำสัญญาระยะยาว
นอกจาก DRAM ทั่วไปแล้ว AI Infrastructure ยังต้องใช้ HBM, Server DRAM และ Enterprise Storage จำนวนมาก
ผลคือผู้ผลิตหน่วยความจำมีเหตุผลทางธุรกิจที่จะจัดสรรกำลังผลิตให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มากขึ้น ขณะที่ตลาด Consumer ซึ่งมี Margin ต่ำกว่าอาจได้รับ Supply น้อยลง
GN จึงมองว่านี่กำลังเปลี่ยนธรรมชาติของตลาด Memory จากอุตสาหกรรมที่เคยพึ่งพาวัฏจักรขึ้นลงแบบเดิม ไปสู่โครงสร้างที่ผู้ผลิตสามารถล็อกกำลังผลิตไว้กับลูกค้ารายใหญ่เป็นเวลานานขึ้น
ความน่ากังวลคือ “ราคาสินค้าไอที” อาจไม่ได้กลับไปจุดเดิมง่าย ๆ
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่า RAM หรือ SSD จะขึ้นราคาแบบไม่มีที่สิ้นสุด เพราะตลาดสามารถปรับตัวผ่านการเพิ่มกำลังการผลิต, การลด Demand, การเปลี่ยนเทคโนโลยี และการเกิดผู้ผลิตรายใหม่
แต่ GN ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาครั้งนี้แตกต่างจากรอบ Memory Shortage ในอดีต เพราะผู้ผลิตกำลังลงทุนและจัดสรรกำลังผลิตตาม AI Infrastructure ที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้าง
ดังนั้นแม้ AI Demand จะชะลอลงในอนาคต ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าราคาจะกลับไปอยู่ระดับเดียวกับช่วงที่ Memory มี Supply เหลือเฟือทันที
และนี่อาจกระทบ “ความสามารถในการซื้อเทคโนโลยี”
เมื่อ RAM และ Storage เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์จำนวนมาก การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสามารถส่งผลต่อราคาขายของสินค้าปลายทางได้หลายระดับ
คอมพิวเตอร์ที่ต้องเพิ่ม RAM จาก 16GB เป็น 32GB อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น
สมาร์ตโฟนที่เพิ่ม Storage จาก 256GB เป็น 512GB ก็ได้รับผลกระทบ
เกมคอนโซลที่ต้องการ SSD ความจุสูงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
แม้แต่ระบบฝังตัวและอุปกรณ์อุตสาหกรรมก็อาจต้องรับต้นทุน Memory ที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นสิ่งที่ GN พยายามนำเสนอคือ วิกฤต Memory ไม่ใช่เพียงปัญหาของคนประกอบ PC แต่เป็นปัญหาที่สามารถกระจายผ่าน Supply Chain ของ Consumer Electronics ได้กว้างกว่านั้นมาก
GN กำลังทำสารคดีใหญ่เรื่อง “Collapse of Personal Computing”
วิดีโอล่าสุดยังเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานต่อเนื่องของ Gamers Nexus เกี่ยวกับวิกฤตหน่วยความจำและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
ทีม GN ระบุว่ากำลังผลิตชุดสารคดีขนาดใหญ่ชื่อ “Collapse of Personal Computing” ซึ่งจะเจาะลึกผลกระทบของวิกฤต Memory ต่อบริษัทฮาร์ดแวร์ ผู้ผลิต และตลาด PC โดยมีทั้งการสัมภาษณ์ผู้บริหาร บุคลากรด้าน Logistics และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม
ก่อนหน้านี้ GN ได้เผยแพร่การสืบสวนเกี่ยวกับ DRAM Cartel, SSD Pricing, Micron และการจัดสรร DRAM ให้ AI ในปี 2026 แล้ว ขณะที่ทีมระบุว่างานด้าน Data Center จะเป็นหนึ่งในส่วนสุดท้ายของซีรีส์และมีกำหนดเผยแพร่ภายในปลายปี 2026
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
ข้อสรุปของ Gamers Nexus เป็น Thesis หรือมุมวิเคราะห์ของทีม GN ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการเติบโตของ AI เป็นสาเหตุเดียวของปัญหาตลาด Consumer Electronics
ข้อมูลของ GN เองชี้ว่ามีหลายปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้ง Supply ที่ถูกลดลงหลังช่วง Oversupply, การเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 ไป DDR5, การเพิ่มความต้องการของ Server และ AI, การจัดสรรกำลังผลิตไปยัง HBM และ Enterprise Products รวมถึงต้นทุนของผู้ผลิต
แต่สิ่งที่กำลังเห็นชัดขึ้นในปี 2026 คือ Consumer ไม่ได้แข่งขันกันเองเพื่อซื้อ RAM และ SSD อีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกับ Data Center ที่ต้องการ Memory และ Storage ในระดับที่ใหญ่กว่ามาก
และเมื่อผู้ผลิตต้นน้ำมีจำนวนจำกัด ขณะที่ลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler สามารถทำสัญญาและสั่งซื้อในปริมาณมหาศาล ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ทั่วไปสัมผัสได้จึงกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เจ็บที่สุด นั่นคือ
RAM แพงขึ้น, SSD แพงขึ้น และต้นทุนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็เริ่มแพงขึ้นตามไปด้วย
คำถามใหญ่ต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ว่า “RAM จะถูกลงเมื่อไร?” แต่คือ “เมื่ออุตสาหกรรม Memory เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับ Hyperscaler มากขึ้น ตลาด Consumer จะยังได้รับ Supply และราคาที่เหมาะสมเหมือนในอดีตหรือไม่?” ซึ่งเป็นประเด็นที่ Gamers Nexus กำลังพยายามหาคำตอบผ่านการสืบสวนชุดใหญ่นี้
ที่มา: Gamers Nexus



