สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Overclockzone ทุกท่าน วันนี้เรากลับมาอัปเดตสถานการณ์การ์ดจอในบ้านเรากันอีกครั้ง โดยเฉพาะตระกูล GeForce RTX 50 Series ที่ตอนนี้เริ่มหาซื้อแยกชิ้นได้ง่ายขึ้นมากตามร้านฮาร์ดแวร์ชั้นนำ ซึ่ง ASUS เองก็จัดเต็มส่งมาครบทุกไลน์อัปไม่ว่าจะเป็น ROG, TUF Gaming, Prime และพระเอกของเราในวันนี้อย่าง ProArt
| GeForce RTX 5060 Ti | GeForce RTX 4060 Ti | GeForce RTX 5070 | GeForce RTX 4070 | GeForce RTX 5070 Ti | GeForce RTX 4070 Ti | |
| Architecture | Blackwell | Ada Lovelace | Blackwell | Ada Lovelace | Blackwell | Ada Lovelace |
| Process | TSMC 4N | TSMC 4N | TSMC 4N | TSMC 4N | TSMC 4N | TSMC 4N |
| CUDA Core | 4608 | 4352 | 6144 | 5888 | 8906 | 7680 |
| Tensor Core (AI) | 144 - Gen 5 | 136 - Gen 4 | 192 - Gen 5 | 136 - Gen 4 | 280 - Gen 5 | 240 - Gen 4 |
| Ray Tracing Core | 36 - Gen 4 | 34 - Gen 3 | 48 - Gen 4 | 46 - Gen 3 | 70 - Gen 4 | 60 - Gen 3 |
| GPU Boost Clock | 2407 Mhz | 2535 Mhz | 2512 Mhz | 2475 Mhz | 2452 Mhz | 2610 Mhz |
| Memory | 16/8GB GDDR7 | 16/8GB GDDR6 | 12GB GDDR7 | 12GB GDDR6X | 16GB GDDR7 | 12GB GDDR6X |
| Memory Interface | 128 Bit | 128 Bit | 192 Bit | 192 Bit | 256 Bit | 192 Bit |
| Bandwidth | 448 GB/s | 288 GB/s | 672 GB/s | 504 GB/s | 896 GB/s | 504 GB/s |
| TDP | 180w | 160w | 250w | 200w | 300w | 285w |
| Bus Interface | PCIe 5.0 x8 | PCIe 4.0 x8 | PCIe 5.0 x16 | PCIe 4.0 x16 | PCIe 5.0 x16 | PCIe 4.0 x16 |
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการขยับมาใช้ GDDR7 และบัสที่กว้างถึง 256-bit ทำให้ Memory Bandwidth พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลโดยตรงต่อการเรนเดอร์งาน 3D หนักๆ และการประมวลผล AI ครับ
Package & Bundled

ซีรีส์ ProArt ซึ่งเน้นงานครีเอเตอร์ เช่น ตัดต่อวิดีโอ เรนเดอร์ 3D และงานกราฟิก ดีไซน์กล่องใช้โทนสีดำตัดกับสีเขียว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ NVIDIA นี่คือการ์ดจอระดับสูง เหมาะสำหรับทั้งการเล่นเกมและงานสายโปรดักชัน เช่น ตัดต่อ วิดีโอ หรือทำกราฟิกหนัก ๆ

แผ่น “Thank You” ขอบคุณสำหรับการซื้อสินค้า ,ใบรับประกัน (Warranty Card) ,แผ่นคำแนะนำการใช้ตัวค้ำการ์ดจอ ,แผ่นไดอะแกรมแนะนำการเสียบสายไฟให้ถูกต้อง , สายแปลงไฟ (PCIe power adapter) สำหรับการ์ดจอ ,ที่รัดสายไฟ และ ตัวค้ำการ์ดจอ

ตัวค้ำการ์ดจอ ProArt ขนาดเล็ก มีเป็นแม่เหล็ก สามารถใช้เครื่องมือได้
Design & Detail

ตัวการ์ดที่มีพลาสติกติดมา คงคุณภาพที่ดีมาถึงมือผู้ใช้งาน

ภาพนี้เป็นตัวการ์ดจอแบบชัด ๆ ของรุ่น GeForce RTX 5070 Ti จากแบรนด์ ASUS ในซีรีส์ ProArt โดยเน้นดีไซน์และงานประกอบระดับพรีเมียม ใช้พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ตัว (Triple Fan) ช่วยระบายความร้อนได้ดี ดีไซน์แบบ 2.5 สล็อต รองรับเคสขนาดเล็ก (SFF-Ready) ใช้งานได้กับเคสขนาดเล็กหรือเคสขนาดใหญ่ที่มีการ์ดจอหลายตัว มีโลโก้ ASUS อยู่ตรงกลางพัดลมตัวกลาง ด้านหน้ามีลวดลายวงกลมสีทอง และไฟเส้นบาง ๆ เพิ่มความหรู ฮีตซิงก์ขนาดใหญ่ภายใน ขนาดการ์ดอยู่ที่ 304 x 126 x 50 มม. ความหนาโดยประมาณ 2.5 สล็อต นี่คือการ์ดจอระดับสูงที่ออกแบบมาไม่ใช่แค่แรง แต่ยังเน้น “ความสวยแบบมืออาชีพ” แตกต่างจากการ์ดเกมมิ่งทั่วไปที่มักมี RGB จัดจ้าน โดย ProArt จะมาแนวเรียบ เท่ และดูจริงจังมากกว่า เหมาะกับสายทำงานกราฟิก ตัดต่อ หรือสายโปรดักชันครับ เน้น aesthetic แบบ workstation นี่คือ GPU ที่ “วางในสตูดิโอแล้วดูดี” ไม่ใช่แค่เคสเกม

ตัวฝาครอบ (shroud) มีโทนสีเข้มคล้ายลายไม้/เมทัล ให้ความรู้สึกเรียบหรู สายครีเอเตอร์ ด้านบนมีคำว่า “GEFORCE RTX” แสดงชัดเจน

พาวเวอร์ใครที่ไม่มี 12V-2x6 หรือ 12VHPWR สามารถใช้หัวแปลง PCIe 8 Pin ที่มาในกล่อง

การสลับ BIOS แบบคู่ ระหว่างโหมดประสิทธิภาพหรือโหมดเงียบ

ขนาดตัวการ์ดค่อนข้างใหญ่และหนา แสดงถึง ชุดระบายความร้อน พัดลมด้านนอกสองตัวหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อลดการไหลเวียนของอากาศที่ไม่สม่ำเสมอและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายอากาศผ่านฮีทซิงค์ ที่มีการใช้พัดลม Axial-tech จำนวน 3 ใบพัดยาวขึ้นและวงแหวนกั้นเพื่อเพิ่มแรงดันอากาศลงเพื่อให้มีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า เสียงรบกวนน้อยลง และประสิทธิภาพที่สูงขึ้น พัดลมทั้งสามตัวจะหยุดทำงานเมื่ออุณหภูมิของ GPU ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส ช่วยให้คุณเล่นเกมที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากหรือทำภารกิจเบาๆ ในความเงียบ พัดลมจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 55 องศาเซลเซียส ขนาด 9 เซ็น ถึง 3 ตัว ที่มีตลับลูกปืนคู่มีความทนทานเป็นพิเศษและสามารถใช้งานได้นานกว่าตลับลูกปืนแบบปลอกถึงสองเท่า พร้อมท่อฮีทไปท์ถ่ายเทความร้อนจาก GPU และ VRAM ไปยังฮีทซิงค์ได้อย่างรวดเร็วเพื่อการกระจายความร้อนที่เหมาะสมที่สุด แผ่นโลหะด้านหลังเสริมความแข็งแรงพร้อมช่องระบายอากาศช่วยเพิ่มการระบายความร้อน มีการใช้ MaxContact Design และ Vapor Chamber พร้อมการใช้ฮีทไปท์ทองแดงเชื่อมกับฐานทองแดงชุบนิกเกิลเพื่อการระบายความร้อนที่ดี

Backplate อลูมิเนียมสีดำด้านหลังเสริมแรงพร้อมช่องระบายอากาศและแผ่นระบายความร้อนช่วยเพิ่มการระบายความร้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ อายุการใช้งาน และความเสถียรโดยป้องกันความร้อนสูงเกินไปและการลดความร้อน ที่ลายบ่งบอกความเป็น ProArt ที่มีความโดดเด่น

พลิกมาดูที่ใต้การ์ด เราจะเห็นการเสริมความแข็งแรงในรูปแบบโครงสร้าง การ์ดหนา 2.5 สล็อต ไม่มีความรู้สึกยวบยาบ สล็อต PCI-Express x16 5.0 ถ้าใช้งานจริงลดลงไปใช้งาน PCI-Express x16 4.0 ไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีงบประมาณซื้อการ์ดพอ หรือ หาซื้อได้ครับ

จุดเดียวที่ทีมีไฟ ASUS Aura SYNC เป็นโลโก้ ProArt แค่ถ้าไปปรับจะเป็นไฟสีขาว

การเชื่อมต่อ DisplayPort 2.1a จำนวน 2 พอร์ต ,HDMI 2.1b และ USB-C ที่ตรงจริตในสายงานครีเอเตอร์ ที่ Bracket หรือ ตัวยึดทำจากสแตนเลสเกรด 304 ซึ่งเลือกใช้เนื่องจากมีความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดกร่อนสูง

ข้อมูลของการ์ดที่แจ้งผ่าน GPU-z ถือว่าครบถ้วนแล้ว สามารถดูในเรื่องการใช้พลังงาน ความร้อนในส่วนต่างได้อย่างครบ

รายละเอียดที่มาบน AIDA64 มากับครบ

รายละเอียดที่มาบน AIDA64 แจ้งระดับการทำงานมาครบ

รายละเอียดที่มาบน AIDA64 แจ้งระดับการทำงานมาครบ
System Setup

- M/B : MSI B650 Gaming Plus WiFi
- CPU : AMD Ryzen 7 9700X
- Memory : Kingston FURY Renegade DDR5 RGB 6800MHz 32GB
- CPU Cooler : ROG STRIX LC II 280 ARGB
- SSD : Kingmax PQ4480 1TB
- PSU : Thermaltake M1650
- OS : Windows 11 Pro 25H2

บรรยากาศขณะการทดสอบ
Performance Test



ประสิทธิภาพในด้านครีเอเตอร์ ที่การ์ดจอรับหน้าที่ในการประมวลผล ซึ่ง ASUS ProArt GeForce RTX 5070 Ti OC Edition สามารถมอบประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี ถ้าเทียบกับ Driver ในยุค 2025 ที่ในการทดสอบครั้งนี้ สามารถทำออกมาได้น่าประทับใจดี






ประสิทธิภาพในด้านเกมจากการทดสอบ ที่ ASUS ProArt GeForce RTX 5070 Ti OC Edition สามารถความแรงยังคงทรงตัว ถ้าเอาไปเทียบกับปี 2025 บางที่อารมณ์ไปเดินสะดุดฝาท่อที่ไทเปบ้าง แต่ภาพรวมยังถือว่าทำออกมาดีมาก



ประสิทธิภาพในการสร้างเฟรมในการทดสอบ ที่ ASUS ProArt GeForce RTX 5070 Ti OC Edition สามารถความแรงได้ดีมาก ถ้าเอาไปเทียบกับปี 2025 ในการทดสอบนี้ สามารถทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ยิ่งการเปิด DLSS X2 ,X3 และ X4 ดีกว่าสมัยปี 2025 พอสมควร









การเล่นเกม (Gaming Experience)
-
ความละเอียด 2K: ทำเฟรมเรทได้ระดับ 144+ FPS สบายๆ ในเกือบทุกเกม
-
ความละเอียด 4K: ยังรักษามาตรฐานได้ที่ 100+ FPS ยิ่งถ้าเปิดใช้งาน DLSS 4x และ Multi Frame Generation (MFG) ที่พัฒนาขึ้นมากในปี 2026 นี้ ยิ่งทำให้การเล่นเกม 4K ลื่นไหลขึ้นแบบผิดหูผิดตา
-
VRAM 16GB: เพียงพอสำหรับการเล่นเกมยุคปัจจุบัน แม้ในระดับ 4K จะมีจังหวะสะดุดบ้างเล็กน้อยในเกมที่กินทรัพยากรจัดๆ แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่าน

คะแนนจาก PCMark 10 ในส่วน Digital Content Creation ออกมาสูงมาก การทำงานกับ AI ผ่าน ONNX ทำได้ลื่นไหลกว่ายุคปี 2025 อย่างเห็นได้ชัด Driver มีความเสถียรมากขึ้น ไม่ค่อยเจออาการ "หลอน" ระหว่างเรนเดอร์งาน



Conclusion
ASUS ProArt RTX 5070 Ti OC Edition กราฟฟิกการ์ดสำหรับ “คนทำงานจริง” เหมาะกับ Creator (Video / 3D / Design) ,AI Developer / Local AI ,Workstation compact และ คนที่ไม่เอา RGB ในงบ 4X,XXX บาท นี่ไม่ใช่การ์ดจอสำหรับอวด แต่เป็นการ์ดจอสำหรับหาเงิน Performance ในความแรงอาจไม่สุด แต่ Experience การใช้งาน คือระดับโปรจริง ยิ่งมีการเชื่อมต่อ USB-C ที่ลงตัวกับการใช้งานสายครีเอเตอร์เป็นอย่างมาก ในการใช้งาน ASUS ProArt RTX 5070 Ti OC Edition มันคือการ์ดเล่นเกม ที่ลงตัวกับการใช้งานในกลุ่มครีเอเตอร์ ความแรงและประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่มองจากพลังดิบการเล่นในระดับ 2K ซึ่งมุมของพลังดิบที่ยังสามารถเข้าตอบได้ถึงในระดับ 4K ด้วยยุคของ AI ที่ MFG (Multi Frame Generation) หรือ Frame Generation มีความสำคัญในการใช้งานของเหล่าเกมเมอร์เป็นอย่างยิ่ง ที่มันจะมีการพัฒนาการทำงานให้ดีมากขึ้น ASUS ProArt RTX 5070 Ti OC Edition เป็นอีกหนึ่งหนึ่งการ์ดสถาปัตยกรรม Blackwell ที่มีความลงตัวในการใช้งาน เล่นเกมได้ความละเอียด 2K ถึง 4K ในงบที่ไม่ออกนอกโลก แต่ยังมีฟีเจอร์ DLSS และ MFG (Multi Frame Generation) ที่ไม่สิ้นเปลืองไฟมากไป ในแง่ของพลังดิบที่แรงกว่า RTX 4070 Ti ระดับนึง แต่มันไม่แรงชน RTX 4090 แน่นอน ซึ่งถ้ามองในยุค 2026 ที่เป็นการ์ดเล่นเกมในระดับ 2K ที่ยังได้ข้ามเล่นในระดับ 4K แทบทุกเกม ถ้าใช้งานความละเอียด 2K เป็นหลัก แล้วคิดว่าซักวันจะอัพมอนิเตอร์เป็นความละเอียด 4K-5K ซึ่ง ASUS ProArt RTX 5070 Ti OC Edition เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก หากคุณกำลังมองหาการ์ดจอที่จะมาประจำการในห้องทำงาน และรองรับการใช้งานยาวๆ ไปจนถึงปี 2027 ในงบประมาณระดับ 4 หมื่นต้นๆ ASUS ProArt รุ่นนี้คือทางเลือกที่มองข้ามไม่ได้จริงๆ ครับ
"ProArt ไม่ได้พยายามจะเป็นการ์ดที่แรงที่สุดในโลก แต่พยายามจะเป็นการ์ดที่ 'เหมาะที่สุด' สำหรับคนทำงาน"
จุดเด่นที่ต้องจดไว้:
-
ดีไซน์เรียบหรู ไม่เน้น RGB เข้ากับเคสสาย Workstation ได้ทุกรูปแบบ
-
ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber และ Axial-tech ที่ทำงานได้เงียบและเย็นจัด
-
มีพอร์ต USB-C มาให้ ตรงจริตสายครีเอเตอร์
-
ประสิทธิภาพ Blackwell + GDDR7 ที่โดดเด่นทั้งงาน AI และการเล่นเกม 4K
วันนี้ผมก็ต้องขอลากันแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ
Special Thanks : ASUSTek Computer (Thailand) Co.,Ltd.



