สหภาพยุโรป (EU) เมื่อวันที่ 21 ได้ประกาศเปิดตัว 《กฎหมายเครือข่ายดิจิทัล (Digital Networks Act: DNA)》 โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิก ต้องยุติการใช้งานเครือข่ายสายทองแดงทั้งหมดภายในปี 2035 และเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายไฟเบอร์ออปติกความเร็วสูงแทน ทั้งนี้ รัฐบาลของแต่ละประเทศสมาชิกจะต้องจัดทำ แผนปฏิรูปโครงข่ายไฟเบอร์ระดับชาติภายในปี 2029 และเริ่มดำเนินการเลิกใช้สายทองแดงแบบเป็นขั้นตอนในช่วงปี 2030–2035
EU ระบุว่า กฎหมาย DNA มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจในยุโรปได้รับบริการเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง และป้องกันไม่ให้ยุโรปตกเป็นรองประเทศอื่น ๆ ด้านโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายดิจิทัล นโยบายดังกล่าวกำหนดให้ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศสมาชิก ต้องอัปเกรดเป็นระบบไฟเบอร์เต็มรูปแบบ ปิดบริการเครือข่ายทองแดงทั้งหมดภายในกรอบเวลาที่กำหนด และเชื่อมต่อไฟเบอร์โดยตรงถึงทุกครัวเรือนและสถานประกอบการ
ภายใต้กฎหมายนี้ รัฐบาลประเทศสมาชิกต้องส่ง แผนยกเลิกเครือข่ายสายทองแดงต่อสหภาพยุโรปภายในปี 2029 จากนั้นตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้นโยบายอัปเกรดเป็นไฟเบอร์ โดยกำหนดให้บริการบรอดแบนด์ต้องมีความเร็ว ไม่น้อยกว่า 1 Gbps และภายในปี 2035 จะต้องยุติการใช้เครือข่ายทองแดงทั้งหมด เพื่อให้ยุโรปก้าวเข้าสู่ยุคเครือข่ายไฟเบอร์อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม EU ระบุว่า พื้นที่ห่างไกลบางแห่ง ที่ไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจหรือมีความต้องการใช้งานต่ำ อาจสามารถยื่นขอข้อยกเว้นได้
หลังการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ผู้ให้บริการเครือข่ายในหลายประเทศของยุโรปออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าเป้าหมายการยกเลิกสายทองแดงทั้งหมดนั้น รุนแรงและเร่งรัดเกินไป และไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่าการใช้กฎหมายระดับสหภาพยุโรปมาบังคับพร้อมเส้นตายชัดเจนนั้นเหมาะสมหรือไม่
อย่างไรก็ดี สหภาพยุโรปยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กฎหมาย DNA จะไม่มีการผ่อนปรน โดยเน้นว่านี่คือมาตรการจำเป็นในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน และเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของยุโรป หากไม่ดำเนินการ ยุโรปอาจถูกเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ ทิ้งห่างในโลกดิจิทัล
ที่มา: HKEPC



