ภายในบูธแบ่งออกเป็นโซน Tandem WOLED, Tandem OLED และ Innovative Technology ครอบคลุมทั้งจอ OLED ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และกลุ่มยานยนต์
ไฮไลต์หลักคือ Tandem OLED เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่ง LG Display ระบุว่าสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ 18% และเพิ่มอายุการใช้งานมากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
เวอร์ชันแรกถูกพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้ความสว่างสูงสุด 1,200 nits และอายุการทำงานมากกว่า 15,000 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้องโดยไม่เกิดการเสื่อมสภาพของหน้าจอ พร้อมเริ่มผลิตจำนวนมากภายในปีนี้
ฝั่งโน้ตบุ๊ก LG Display โชว์พาเนล 16 นิ้ว Tandem OLED สำหรับ AI PC โดยระบุว่าบางและเบากว่า OLED แบบเดิม พร้อมช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้สูงสุด 2.3 ชั่วโมง และมีแผนขยายเทคโนโลยีนี้ไปยังแท็บเล็ตและอุปกรณ์ IT อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งอาจเร่งการแทนที่ LCD ในอุปกรณ์พกพามากขึ้น
ด้านเกมมิ่ง LG Display เปิดตัวพาเนล OLED ขนาด 27 นิ้ว QHD 540Hz ที่สามารถเร่งได้สูงสุดถึง 720Hz ผ่านโหมด Dynamic Frequency & Resolution
นอกจากนี้ยังมีจอ OLED แบบโค้ง 39 นิ้ว 5K2K และจอ 27 นิ้ว 5K OLED ความหนาแน่น 220 PPI ซึ่งใช้โครงสร้างพิกเซลแบบ RGB Stripe ใหม่ ช่วยเพิ่ม aperture ratio และลดปัญหา color bleeding กับ fringing ได้ดีขึ้น
LG Display ยังนำเสนอ P-OLED รุ่นแรกสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยใช้ Tandem OLED ที่ออกแบบให้ทนต่อสภาพแวดล้อมระดับยานยนต์ รองรับการออกแบบยืดหยุ่นและการใช้งานที่หลากหลาย
ส่วนฝั่งทีวี มีการโชว์ OLED รุ่นใหม่บนเทคโนโลยี Primary RGB Tandem 2.0 ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 4,500 nits พร้อมค่าการสะท้อนแสงต่ำเพียง 0.3%
ขณะเดียวกันยังมีคอนเซปต์จอรถยนต์อย่าง 57 นิ้ว P2P Panel และ 32 นิ้ว Slidable OLED ร่วมจัดแสดงภายในงานด้วย