อินเทลได้ยื่นสิทธิบัตรใหม่ที่อธิบายเทคโนโลยีซึ่งพวกเขาเรียกว่า “Software Defined Super Cores” (SDC)
แนวคิดหลักคือการทำให้ซีพียู หลายคอร์ทำงานร่วมกันราวกับเป็นคอร์เดียวที่ใหญ่ขึ้น แทนที่จะสร้างคอร์เดี่ยวขนาดใหญ่สำหรับงาน single-thread ที่กินพลังงานสูง อินเทลเสนอวิธีแบ่งโปรแกรมออกเป็นบล็อกย่อย ๆ แล้วกระจายให้รันแบบขนานบนหลายคอร์ แต่ยังคงรักษาลำดับการทำงานของคำสั่งให้ถูกต้องเหมือนเป็นคอร์เดียว โดยระบบปฏิบัติการจะมองเห็นว่าเป็น “หนึ่งคอร์” แต่ในความจริงคือหลายคอร์ทำงานประสานกันอยู่เบื้องหลัง
จุดเด่น ของ SDC คือประสิทธิภาพต่อวัตต์ (Performance per Watt) ที่ดีกว่า เนื่องจากไม่ต้องพึ่งความถี่นาฬิกาสูงหรือคอร์ขนาดใหญ่ที่กินพลังงาน แต่ใช้การกระจายงานข้ามคอร์ร่วมกับคำสั่งพิเศษและพื้นที่หน่วยความจำที่แชร์ร่วมกันเพื่อเร่งการแลกเปลี่ยนข้อมูล และซีพียูสามารถสลับโหมดระหว่าง “คอร์ปกติ” และ “ซูเปอร์คอร์” ได้ตามลักษณะงาน
แนวคิดนี้มีความคล้ายกับ “Threading (CMT)” ของ AMD Bulldozer แต่ต่างกันตรงที่ อินเทลใช้วิธี รวมคอร์เต็ม ๆ เข้าด้วยกัน ผ่านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์บางส่วน แทนที่จะ “แยกคอร์เดียวออกเป็นโมดูล” อีกทั้งยังถูกเปรียบว่าเหมือนกับข่าวลือเก่า ๆ เรื่อง “Inverse Hyper-Threading” ที่มีมาตั้งแต่ยุค Pentium 4 ซึ่งครั้งนี้อินเทลได้นำมาจดสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการแล้ว
บางคนก็โยงแนวคิดนี้เข้ากับโครงการที่ถูกยกเลิกไปของอินเทลอย่าง Royal Core ซึ่งเคยถูกลือว่าออกแบบมาเพื่อเพิ่ม IPC อย่างมหาศาล แต่มีปัญหาเรื่องต้นทุนและความซับซ้อนเกินไป อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังขึ้นกับว่า ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์จะสามารถปรับตัวกับการ “รวมคอร์” แบบใหม่นี้ได้ดีแค่ไหน
โดยรวม สิทธิบัตรนี้สะท้อนว่าอินเทลกำลังทดลองหาวิธีใหม่ ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพงานแบบ single-thread โดยไม่จำเป็นต้องสร้างคอร์ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว และอาจส่งผลต่อการออกแบบซีพียูรุ่นอนาคต หลัง Arrow Lake และในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษนี้
ที่มา : VideoCardz