กระแสการเติบโตของ AI กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพีซีประกอบ หลังความต้องการฮาร์ดแวร์จาก Data Center และ AI Server ดันราคาชิ้นส่วนสำคัญปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มชะลอแผนอัปเกรดคอมพิวเตอร์
ผลสำรวจล่าสุดจากผู้อ่านกว่า 1,500 คน ระบุว่า 60% ของเกมเมอร์และผู้ใช้งานพีซีไม่มีแผนประกอบคอมเครื่องใหม่ภายใน 2 ปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนซูเมอร์กำลังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันแย่งทรัพยากรฮาร์ดแวร์กับอุตสาหกรรม AI
จากผลสำรวจเดียวกัน มีเพียง 25% เท่านั้นที่วางแผนประกอบคอมใหม่ภายใน 12 เดือน ขณะที่ผู้ที่ตั้งใจอัปเกรดภายใน 6 เดือน และ 3 เดือน มีสัดส่วนเพียง 15% และ 10% ตามลำดับ
ปัจจุบันราคาชิ้นส่วนหลายประเภทยังคงอยู่ในระดับสูง โดยชุดแรมขนาด 32GB มีราคาพุ่งเกิน 400 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ SSD ยังมีราคาสูงต่อเนื่อง ส่วนการ์ดจอเองก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำและการขาดแคลนชิป จนราคาปรับขึ้นใกล้เคียงช่วงกระแสขุดคริปโตในอดีต
แม้ AMD และ Intel จะพยายามกระตุ้นตลาดด้วยซีพียูรุ่นใหม่อย่าง Ryzen 7 9850X3D และ Core Ultra 200K Plus แต่ดูเหมือนยังไม่สามารถพลิกฟื้นบรรยากาศการจับจ่ายในตลาด DIY ได้
รายงานระบุว่าผู้ใช้งานบางส่วนยังมองว่าคอมพิวเตอร์เครื่องปัจจุบันเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนเลื่อนแผนอัปเกรด คือความคุ้มค่าของฮาร์ดแวร์ที่ลดลงจากราคาสินค้าที่สูงเกินไป
เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานสายฮาร์ดคอร์และผู้ที่ติดตามตลาดเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด การที่กลุ่มนี้ยังชะลอการซื้อ อาจสะท้อนว่าตลาดพีซีสำหรับผู้บริโภคทั่วไปกำลังเผชิญภาวะซบเซามากกว่าที่คาด
ที่มา: Tom's Hardware



