Nidec เผชิญวิกฤตศรัทธา หลังพบคดีปลอมแปลงข้อมูลคุณภาพกว่า 1,000 กรณี
Nidec ผู้ผลิตมอเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากญี่ปุ่น กำลังเผชิญวิกฤตความน่าเชื่อถือครั้งใหญ่ หลังพบกรณีปลอมแปลงข้อมูลด้านคุณภาพและการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาตมากกว่า 1,000 กรณี
รายงานจากสื่อญี่ปุ่นระบุว่า เรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ถูกค้นพบระหว่างการสอบสวนประเด็นความผิดปกติด้านบัญชีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ข้อมูลระบุว่าในกรณีที่ตรวจพบทั้งหมดกว่า 1,000 เคส ประมาณ 97% เป็นการเปลี่ยนแปลงแม่พิมพ์ ขั้นตอนการผลิต หรือรายละเอียดด้านการออกแบบโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากลูกค้า
อีกประมาณ 3% เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงข้อมูลผลทดสอบ และการระบุสถานที่ผลิตไม่ถูกต้อง
การกระทำที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ครอบคลุมทั้งธุรกิจมอเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์
Nidec เปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่พบกรณีที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และยังไม่มีรายงานอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มติดต่อและชี้แจงต่อกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ พร้อมแสดงความขอโทษอย่างเป็นทางการ
รายงานยังชี้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทอยู่ภายใต้การบริหารของ ชิเงโนบุ นากาโมริ ผู้ก่อตั้งบริษัท
มีการตั้งข้อสังเกตว่าวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นเป้าหมายทางธุรกิจสูง กดดันต้นทุน และกำหนดเวลาส่งมอบอย่างเข้มงวด อาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้พนักงานและผู้บริหารบางส่วนละเมิดกฎระเบียบ
นากาโมริได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการไปตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่หลายฝ่ายมองว่าวัฒนธรรมองค์กรที่เขาวางรากฐานไว้ยังคงมีผลต่อระบบภายในบริษัท
บริษัทในเครืออย่าง Nidec Technomotor ในเกียวโต และ Nidec Instruments ในจังหวัดนากาโนะ ก็ถูกตรวจพบปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกัน
หลังจากผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงบางส่วนออกจากตำแหน่ง จำนวนการร้องเรียนภายในองค์กรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนเมษายนที่ผ่านมา สะท้อนว่าปัญหาอาจมีขอบเขตกว้างกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรก
Nidec เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระที่ประกอบด้วยทนายความ อดีตอัยการ และอดีตผู้พิพากษา เพื่อสืบสวนเชิงลึกและหาสาเหตุของปัญหา โดยตั้งเป้าสรุปผลภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
การสอบสวนจะครอบคลุมทั้งโรงงานในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
กรณีนี้นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ซ้ำเติมภาพลักษณ์ภาคการผลิตญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผชิญข่าวฉาวด้านการปลอมแปลงข้อมูลและปัญหาคุณภาพในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงวัสดุอุตสาหกรรม
เหตุการณ์ดังกล่าวอาจยิ่งกระทบความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อมาตรฐาน “Made in Japan” ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพและความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนาน
ที่มา: HKEPC



