แม้ว่า Bartlett Lake-S จะไม่ใช่ซีพียูสำหรับตลาดเกมเมอร์ทั่วไป แต่ผลทดสอบล่าสุดจาก Zed Up ก็เผยให้เห็นว่าแนวทางการออกแบบแบบ P-core ล้วนของ Intel ให้ประสิทธิภาพเกมอย่างไรเมื่อเทียบกับ Raptor Lake
Intel
Core 9 273PQE ถูกนำมาทดสอบเทียบกับ
Intel Core i9-14900K ในเกมต่าง ๆ ถือเป็นหนึ่งในครั้งแรกที่เราได้เห็นประสิทธิภาพของ Bartlett Lake-S แบบเต็ม ๆ เมื่อทุกคอร์เป็น Performance cores ทั้งหมด
ชิปตัวนี้อยู่ในตระกูล Intel Core Series 2 สำหรับระบบ embedded และ edge computing ไม่ได้ทำตลาดเดสก์ท็อปปกติ
Bartlett Lake-S รองรับสูงสุด
- 12 P-cores
- 24 threads
- DDR5-5600
- ECC memory
- base power 125W
Core 9 273PQE เป็นรุ่นท็อป 125W พร้อม
- 12 P-cores
- 36MB cache
- boost clock สูงสุด 5.9 GHz
ผลิตบน Intel 7 และใช้สถาปัตยกรรม
Raptor Cove แบบเดียวกับ Raptor Lake
จุดสำคัญคือ Intel ไม่เคยเปิดตัวซีพียู LGA1700 ที่มี 12 P-cores ล้วนมาก่อน และไม่เคยมีในตระกูล Raptor Lake ด้วย
Zed Up นำ Core 9 273PQE มาเทียบกับ 14900K ซึ่งใช้โครงสร้าง hybrid
- 8 P-cores
- 16 E-cores
การทดสอบนี้น่าสนใจเพราะเป็นการตัด E-core ออกจากสมการ และเพิ่ม P-core แบบเต็มอีก 4 คอร์แทน
ผลคือในหลายเกมที่ติดข้อจำกัดฝั่ง CPU ชิป Bartlett Lake-S ทำผลงานได้ดีกว่า
ตามข้อมูลของ Zed Up
Core 9 273PQE ทำเฟรมเรตได้สูงกว่า 14900K สูงสุดราว 10% ในบางการทดสอบ
แม้จะไม่ได้ชนะทุกเกมก็ตาม
ตัวอย่างเช่น
- Rainbow Six Siege แทบไม่มีความต่างด้าน average FPS
- Counter-Strike 2 กลับเป็น 14900K ที่เร็วกว่าเล็กน้อยในการรันทดสอบหนึ่งรอบ
อย่างไรก็ตาม Bartlett Lake-S ไม่ใช่ตัวเลือกอัปเกรดที่คุ้มค่าสำหรับเกมเมอร์
Zed Up ระบุว่าเขาซื้อ Core 9 273PQE จาก
Mouser Electronics ในราคา 725 ยูโร (ไม่รวมภาษี)
ส่วนเมนบอร์ด
ASRock IMB-X1714 ที่ใช้ทดสอบ มีราคาราว 340 ยูโร
ต้นทุนรวมจึงสูงมากเมื่อเทียบกับการใช้งานเกมทั่วไป
แม้ผลทดสอบจะน่าสนใจในเชิงเทคนิคสำหรับผู้ใช้ LGA1700 แต่ Intel ยืนยันผ่าน
Robert Hallock แล้วว่าไม่มีแผนนำ Bartlett Lake-S มาขายให้ผู้บริโภคทั่วไป
ดังนั้นผลทดสอบนี้จึงเป็นเหมือนการแอบมองว่า “ถ้า Intel ทำ 12 P-core gaming CPU จริง จะเป็นอย่างไร” มากกว่าจะเป็นสินค้าที่จะมีให้ซื้อในตลาดทั่วไป
ที่มา: VideoCardz



