เราได้เห็นตลาดฮาร์ดแวร์พีซีจำนวนมากได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคา DRAM และชิ้นส่วนที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Steam Machine ของ Valve หรือคอมพิวเตอร์ประกอบสำเร็จ และตอนนี้ดูเหมือนว่าจะถึงคิวของ Microsoft กับไลน์อัป Surface ที่มีการปรับขึ้นราคาประมาณ 200–500 ดอลลาร์ (ราว 7,000–17,500 บาท) ขึ้นอยู่กับรุ่น
ตัวอย่างการปรับราคา ได้แก่
- Surface Pro 13 นิ้ว (Snapdragon X, RAM 16GB, SSD 512GB) เพิ่มขึ้น 300 ดอลลาร์ เป็น 1,499 ดอลลาร์
- Surface Pro 12 นิ้ว (Snapdragon X, RAM 16GB, SSD 256GB) เพิ่มจาก 799 เป็น 1,049 ดอลลาร์
- Surface Laptop 13 นิ้ว (Snapdragon X Plus, RAM 16GB, SSD 256GB) เพิ่มจาก 899 เป็น 1,199 ดอลลาร์
- Surface Laptop 13.8 นิ้ว (Snapdragon X Plus, RAM 16GB, SSD 512GB) เพิ่มจาก 1,199 เป็น 1,499 ดอลลาร์
- Surface Laptop 15 นิ้ว (Snapdragon X Elite, RAM 16GB, SSD 256GB) เพิ่มจาก 1,499 เป็น 1,599 ดอลลาร์
Microsoft ยืนยันกับ Windows Central ว่าการปรับราคาครั้งนี้เกิดจากต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า “จากต้นทุนหน่วยความจำและส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้นล่าสุด Surface จึงมีการปรับราคาบน Microsoft.com สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน”
ข่าวนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากมีรายงานว่าราคา DDR4 เริ่มลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว Surface ก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดโน้ตบุ๊ก Windows อยู่แล้ว และการขึ้นราคาในครั้งนี้อาจยิ่งทำให้แข่งขันได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลือกอย่าง MacBook Neo ราคา 600 ดอลลาร์ (ประมาณ 21,000 บาท) ที่ได้รับความนิยมสูง รวมถึงข้อจำกัดด้านแอปและฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม Windows on Arm ที่ใช้ชิป Snapdragon
ที่มา: Windows Central



