ไต้หวันส่งสัญญาณเตรียมสร้างโรงงานชิป 1nm ให้ TSMC! เล็งตั้งฐานผลิตในไถหนาน เริ่มพัฒนาโครงการปี 2027 รองรับยุคชิปต่ำกว่า 1 นาโนเมตร
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังขยับเข้าใกล้ยุคการผลิตชิปที่มีขนาดเล็กลงไปอีกขั้น หลังรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวันออกมาเปิดเผยแผนพัฒนาเขตอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพื้นที่ Tainan Science Park เพื่อรองรับเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับ 1 นาโนเมตร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นโครงการสำคัญของ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ในอนาคต
อู๋ เฉิงเหวิน (Cheng-Wen Wu) รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวระหว่างเข้าร่วมงาน IEEE Asia Solid-State Circuits Conference 2026 โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังวางแผนพัฒนาเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งใหม่ภายในระบบ Southern Taiwan Science Park ที่เมืองไถหนาน เพื่อรองรับการผลิตชิปด้วยเทคโนโลยีระดับ 1 นาโนเมตร และคาดว่าจะเริ่มกระบวนการพัฒนาโครงการในปี 2027
แม้รัฐมนตรีจะไม่ได้ระบุชื่อ TSMC โดยตรง แต่เมื่อพิจารณาจากสถานะของบริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปชั้นนำเพียงรายเดียวของไต้หวันที่มีเทคโนโลยีการผลิตระดับแนวหน้าดังกล่าว จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าโครงการนี้จะเกี่ยวข้องกับแผนขยายกำลังการผลิตของ TSMC
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ตั้งโรงงานอย่างเป็นทางการ รวมถึงกำหนดการลงทุนและการก่อสร้าง ยังต้องรอการยืนยันจาก TSMC อีกครั้ง
จาก 2nm สู่ 1nm ต้องเตรียมทั้งที่ดิน น้ำ และพลังงาน
การเปิดเผยแผนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ TSMC กำลังเข้าสู่การผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรในระดับ Mass Production ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และกำลังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นถัดไปอย่าง A14 หรือกระบวนการผลิตที่มักถูกเรียกว่า 1.4 นาโนเมตร
ตามแผนอย่างเป็นทางการของ TSMC เทคโนโลยี A14 มีกำหนดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2028 โดยบริษัทระบุว่าการพัฒนายังคงดำเนินไปได้ดี ขณะที่การผลิตในขั้น Risk Production มีกำหนดดำเนินการในปี 2027
สำหรับการผลิตชิปในระดับ 1 นาโนเมตร ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการพัฒนาโครงสร้างทรานซิสเตอร์หรือการเพิ่มความแม่นยำของกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยทรัพยากรจำนวนมหาศาล ทั้งพื้นที่ก่อสร้าง น้ำสำหรับกระบวนการผลิต ไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค และเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่มีความพร้อม
อู๋ เฉิงเหวิน เน้นย้ำว่ารัฐบาลและภาคเอกชนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีระดับ 1 นาโนเมตรจะต้องใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าโรงงานผลิตชิปรุ่นปัจจุบัน การเตรียมพื้นที่รองรับล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการรักษาความเป็นผู้นำของไต้หวันในตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลก
ไม่ได้มองแค่ชิป แต่เตรียมซัพพลายเชนหุ่นยนต์และ Optical Communications
นอกจากการเตรียมพื้นที่สำหรับโรงงานผลิตชิปขั้นสูงแล้ว การกล่าวสุนทรพจน์ของรัฐมนตรีไต้หวันยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะ Robotics และ Optical Communications
ในส่วนของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ รัฐบาลไต้หวันต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตวัสดุอุตสาหกรรมดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นโลหะ พลาสติก และชิ้นส่วนเครื่องจักร เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ Optical Communications หรือเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านแสง ก็จำเป็นต้องพัฒนาให้ก้าวไกลกว่าการเชื่อมต่อภายในตู้เซิร์ฟเวอร์ เพื่อรองรับการใช้งานในระบบเครือข่ายและอุปกรณ์เทคโนโลยีประเภทอื่น ๆ ในอนาคต
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าไต้หวันไม่ได้ต้องการเป็นเพียงฐานการผลิตชิป แต่กำลังพยายามสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ วัสดุอุตสาหกรรม ระบบสื่อสาร ไปจนถึงหุ่นยนต์และระบบ AI
TSMC เดินหน้าวิจัยเทคโนโลยีต่ำกว่า 1nm
ในอีกด้านหนึ่ง TSMC ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาโรงงานและเทคโนโลยี A14 เพราะนักวิจัยของบริษัทกำลังร่วมมือกับ National Yang Ming Chiao Tung University (NYCU) เพื่อพัฒนาเทคนิคด้าน Surface Engineering สำหรับกระบวนการผลิตทรานซิสเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางวิจัยที่อาจช่วยผลักดันเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ให้ก้าวไปสู่ระดับต่ำกว่า 1 นาโนเมตร
การพัฒนาดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อขนาดทรานซิสเตอร์เล็กลงเรื่อย ๆ การควบคุมคุณสมบัติของพื้นผิว วัสดุ และโครงสร้างระดับอะตอมจะกลายเป็นความท้าทายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนสร้างเขตอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในไถหนาน หากเดินหน้าได้ตามกำหนดและได้รับการยืนยันจาก TSMC จริง ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตสำคัญของบริษัทในยุคหลัง A14
ปี 2027 จึงน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นช่วงที่ TSMC เตรียมเข้าสู่การผลิต A14 ในขั้น Risk Production พร้อมกับที่รัฐบาลไต้หวันเริ่มวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยี 1 นาโนเมตร ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการผลิตชิปของไต้หวันในทศวรรษหน้า
ที่มา: Wccftech



