Date: 07-Sep-09
Author:
tor_Za
Page:
1/1

ASUS MAXIMUS III GENE

                  สวัสดีครับ วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่เป็นการแนะนำเมนบอร์ดชิพเซ็ต Intel P55 กันอีกตามกระแสที่ของผู้คนส่วนใหญ่นั้นคอย
จับตากันดูว่าทางโอเวอร์คล๊อกโซนจะนำเมนบอร์ดรุ่นไหนมายั่วให้อยากแล้วจากไปกันอีกตามเคยครับ สำหรับท่านที่ติดตามอ่านในส่วน
ช่วงของการแนะนำฮาร์ดแวร์ใหม่ในช่วงต้นเดือนก็คงจะเห็นว่าทาง ASUS ได้จับชิพเซ็ต Intel P55 มาอยู่บนเมนบอร์ดซีรี ROG.
กันไปอย่างเรียบร้อยโรงเรียน Republic Of Gamers ไปแล้วในชื่อรุ่นว่า ASUS MAXIMUS III Formula ซึ่งความสวยและ
ความดูโหดร้ายของ ASUS MAXIMUS III Formula ก็คงได้ใจหลายๆท่านกันไปแล้วแหละครับ แต่ในวันนี้ก็จะเป็นในรุ่นที่มีขนาด
เล็กกระทัดรัดลงแบบ Micro-ATX ซึ่งตอนนี้ในต่างประเทศก็เป็นอีกนึ่งกระแสของผู้ใช้ที่ต้องการเมนบอร์ดที่มีคุณสมบัติไม่แตกต่าง
กับเมนบอร์ดระดับ Hi-End ที่มีขนาด Micro-ATX เพื่อที่จะนำไปใช้ประกอบในเคสที่มีขนาดเล็กประหยัดพื้นที่ในการวางเครื่องแต่
ยังคงต้องการความสามารถที่เหมือนกับเมนบอร์ด Hi-End ขนาด ATX เลยทำให้ทาง ASUS ต้องออกแบบเมนบอร์ดออกมาตอบ
สนองตามความต้องการของตลาดในซีรี ROG. ตระกูล GENE ที่ทาง ASUS เคยได้ออก Rampage II และ Maximus II ที่ได้
เสียงตอบรับออกมาดีพอสมควรในบ้านเราแต่ในต่างประเทศนั้นเสียงตอบรับของเมนบอร์ดซีรี ROG. ตระกูล GENE นั้นแรงไม่แพ้ ซีรี่ ROG. ขนาด ATX เลย ทำให้เมื่อถึงเวลาของกระแสความแรงของ INTEL Socket LGA 1156 ที่ก็ยังมีผู้ใช้เรียกร้องความ
แรงแบบ ROG. แต่มีขนาด Micro-ATX เลยทำให้มี ASUS MAXIMUS III GENE ออกมาได้ในวันนี้
                  ASUS MAXIMUS III GENE โดยภาพรวมหลักของการออกแบบแล้วจะดูไม่แตกต่างกับ MAXIMUS III Formula
มากซักจนน่าใจหาย ที่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือเรื่องขนาดที่แตกต่างกันทำให้ ASUS MAXIMUS III GENE รองรับการเชื่อม
ต่อกราฟฟิกการ์ดหลายตัวทั้ง SLI และ CrossFireX ได้เพียงสองตัวเท่านั้น ส่วนฟังก์ชั่นโดยภาพรวมแล้วเหมือนกันมากจนแทบจะดู
ไม่ออก(ในเรื่องของฟังก์ชั่น) เอาเป็นว่าวันนี้ก็มีชมความน่าสนใจของ ASUS MAXIMUS III GENE ในส่วนไหนบ้าง ยังไงความน่า
สนใจของ ASUS MAXIMUS III GENE ก็คงไม่ใช่แค่เรื่องขนาดที่เป็น Micro-ATX อย่างแน่นอนครับ





Package & Bundled



Bundled Inside Package

- 6 x SATA Cable
- 1 x ASUS Q-Shield
- 1 x ROG Connect Cable
- 1 x SLI Cable Bridge
- 1 x 2 in 1 Q-Connector Kit
- 1 x Cable ties kit
- 1 x ROG SATA Cable Labels (12 in 1)
- 1 x
ROG
LOGO Sticker
- 1 x ROG
Theme Lable (Case Sticker)
- 1 x User Guide
- 1 x ROG Support DVD
MI port


ตัวแพ็คเกจที่มีรูปแบบไม่ได้แตกต่างกับเมนบอร์ดตระกูล ROG. ที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็จะมีขนาดที่เล็กลงซักหน่อย เพราะว่า
ขนาดของตัวเมนบอร์ดที่เป็น Micro-ATX รายละเอียดที่ตัวกล่องก็ใส่มาให้อย่างเต็มที่บรรยายฟังก์ชั่นต่างๆมาอย่างครบถ้วนส่วน
เรื่องของที่มีมาให้ก็เป็นตามปกติของเมนบอร์ดระดับ Hi-End แต่ก็มีหลายๆสิ่งที่ทาง ASUS ให้เป็นพิเศษสำหรับตระกูล ROG.



Motherboard Detail

ภาพรวมของ ASUS MAXIMUS III GENE ก็เป็นการเล่นสีโทนสีดำสนิทที่ดูดุดันตัดกับสีแดงเพื่อช่วยเพื่อความโหดร้ายไปใน
ตัวของมันเองครับ การจัดวางอุปกรณ์นั้นถือว่าใส่ลงมากันอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊ก การจัดวางนั้นอาจจะดูเหมือนว่าบางทีมันไม่ค่อยเป็น
ระเบียบเท่าไรนั้นแหละ ก็เพราะว่าขนาดของเมนบอร์ดที่เล็กเลยจำเป็นที่ต้องใช้พื้นที่ทุกส่วนของ PCB ให้ออกมาได้ประโยชน์
มากที่สุดแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ไม่ผิดปกติสำหรับเมนบอร์ดขนาดเล็ก แต่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ เพื่อช่วยเสริมเติมเต็มประสิทธิภาพ


ขนาดของตัวเมนบอร์ดก็ยังเป็นแบบมาตาฐาน Micro-ATX From Factor ที่มีความกว้างและยาว 24.4 เซ็นติเมตรเท่ากัน ส่วน
เรื่องของ PCB นั้นทาง ASUS ได้ใช้สีดำสนิทเพื่อสร้างความดุดันของตัวเมนบอร์ด แต่ว่าเมนบอร์ดขนาด Micro-ATX คนไทย
ส่วนใหญ่เห็นแล้วจะต้องร้องยี้กันเป็นแถวและต้องคิดว่าราคามันต้องถูกกว่าขนาด ATX มากมาย แต่ความจริงแล้วราคาก็น่าจะดูพอ
สมควร เนื่องจากว่าพื้นฐานของ ASUS MAXIMUS III GENE มันก็มาจาก MAXIMUS III Formula นั้นแหละ ก็คงต้องเลือก
ซื้อกันตามความเหมาะสมในการใช้งาน สำหรับขนาดของ MAXIMUS III GENE คงคงเหมาะกับกลุ่มที่ต้องการเคสเล็กแต่งแรงๆ


การเก็บงานด้านหลังก็ยังคงเป็นไปตามแบบฉบับของทาง ASUS อยู่มาเรื่อยๆ รักษามาตาฐานดี


ซีพียูที่รองรับก็คงจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากซ๊อกเก็ต LGA 1156 ที่ในช่วงเวลาแรกก็คงมีให้เลือกใช้แต่ Core i5 และ i7 เท่านั้น


เมโมรีที่รองรับก็ยังคงเป็นแบบ DDR3 ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความจุที่รองรับสูงที่สุดคือ 16GB แล้วยังรองรับการทำงานแบบ
Dual Channels เพื่อประสิทธิภาพที่ดีของระบบเมโมรี ความเร็วของเมโมรีที่รองรับนั้นคือ 1066 และ 1333 ตามมาตาฐานของ
ซ๊อกเก็ต LGA 1156 ส่วนความเร็วรูปแบบในการโอเวอร์คล๊อกนั้นจะรองรับกันที่ 1600 ,2000 และ 2133 ลากกันสนุกสนานไปเลย


ภาคจ่ายไฟของเมโมรีที่ออกแบบให้มีถึงสองเฟส



หน้าที่ในการควบคุม SATA II กลายเป็นหน้าที่ของชิพเซ็ตแทนที่สมัยการจะเป็นหน้าที่ของเซาบริจน์ ซึ่งบนเในบอร์ดรุ่นนี้ก็จะมีมา
6 ช่องพร้อมรองรับการเชื่อมต่อ RAID 0,1,5 และ 10 แต่สิ่งที่ขาดหายไปแล้วนั้นก็คือช่อง IDE หรือ P-ATA 133 MB/s ที่ลด
ความนิยมลงไปกันตามยุคตามสมัยที่เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ต่างๆที่ออกมาใหม่นั้นส่วนมากก็จะมีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ SATA กันหมด
ส่วน SATA II สีดำเข้มจะเป็นการควบคุมของชิพ JMicron ที่ใช้ร่วมกับ e-SATA ที่อยู่ด้านหลัง ที่ทาง ASUS ใส่ให้เพิ่มเติม



เชื่อมต่อเพิ่มเติมสำหรับ OC Station ,IEEE 1394a,USB ,Front Panel HD Audio, CD-In และ SPDIF Out



สล๊อตการเชื่อมต่อการ์ดที่แน่นอนก็จะมี PCI-e x16 2.0 สองช่องที่รองรับการเชื่อมต่อ CrossFireX และ SLI ความเร็ว 8+8
ตรงกลางระหว่าง PCI-e x16 ก็จะเป็นช่อง PCI-e x4 ที่ดูๆแล้วทาง ASUS ตั้งใจให้สามารถนำกราฟฟิกการ์ดมาใส่ลงไปได้โดย
ที่ไม่ต้องมาเสียเวลาดัดแปลงเหมือนเมนบอร์ด X58 ขนาด Micro-ATX ยี่ห้อหนึ่งที่ทางโอเวอร์คล๊อกโซนเคยนำเสนอในบทความ
แบบสบายๆในวันอาทิตย์ของที่ท่านซอลเคยทำเอาไว้ครับ สิ่งที่ยังไม่หายไปแบบ IDE ก็คือ PCI 32bit ที่ยังมีอุปกรณ์ออกมาต่อเนื่อง


ภาคจ่ายไฟสำหรับซีพียูก็จะเป็นลักษณะ 8 + 2 เฟส ที่มีหน้าที่จ่ายไฟให้กับซีพียู 8 เฟส ส่วนอีกสองเฟสที่เหลือก็คอยจ่ายไฟให้สู่
VTT ภาคจ่ายไฟของ ASUS MAXIMUS III GENE ก็มีจำนวนเฟสที่น้อยกว่า MAXIMUS III Formula อยู่บ้างเล็กน้อย
ก็เนื่องจากขนาดของตัวบอร์ดที่เล็กลง มอสเฟสของภาคจ่ายไฟทาง ASUS ก็ติดตั้งฮีทซิงค์ระบายความร้อนให้อย่างสวยงามแล้ว


ฮีทซิงค์ระบายความร้อนของ Intel P55 Chipset ก็มีหน้าตาและรูปทรงที่ฉีกแนวไปจากที่ทาง ROG. รุ่นอีกๆมากครับ
ตัวฮีทซิงค์ได้มีการใช้เป็นเหมือนตะข่ายสีแดงที่มีสัญญาลักษณ์ของ ROG. ลงไป ด้านใต้ของโลโก้ ROG. ก็จะมีหลอด LED
ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในจุดนี้ไปอีกขั้นในขณะเวลาที่ระบบได้ทำงานอยู่ครับ รุ่นนี้ก็ใช้ฮีทซิงค์แปลกแหวกแนวกว่ารุ่นอื่นจริงๆ


ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล ROG. ไปหมดแล้วที่ต้องมีปุ่มพาวเวอร์และรีเซ็ตรูปแบบลักษณะนี้มาทุกรุ่นในช่วงหลังครับ
ส่วนฟังก์ชั่นที่ต่อก่อนทาง ASUS เรียกว่า Mem OK นั้นตอนนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น Go_Button แทนแล้วในตระกูล ROG.
ก็คงเนื่องจากทาง ASUS ต้องการให้ชื่อฟังก์ชั้นมันดูแตกต่างกันเพราะว่าเดี๋ยวนี้ฟังก์ชั่น Mem OK ก็มีบนเมนบอร์ดระดับกลาง



ฟังก์ชั่น ROG Connect ต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์อีก
เครื่องนึงไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบูคหรือคอมตั้งโต๊ะก็ตาม เชื่อมต่อทาง
สายสำหรับต่อช่อง ROG Connect ใช้ในการปรับแต่งและจูน
ลักษณะแบบเหมือนการจูนกล่อง ECU ของรถแต่วเลยมั้งเนี่ยผม
ก็ยังไม่แน่ใจว่าฟังก์ชั่นนี้จะมีการใช้งานแบบไหน ก็คงต้องดูในรีวิว



ไฟ LED เพื่อบ่งบอกสถานะการทำงานของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ในระบบ พร้อมทั้งจุดที่ใช้ในการวัดไฟเลี้ยงต่างๆที่เห็นในภาพ
ด้านขวามือ การวัดไฟก็คงต้องอาศัยมิตเตอร์ในการวัด ถ้าถ้าวัดกันให้ดีก็คงต้องเป็นมิตเตอร์แบบดิจิตอล แต่สำหรับผู้ใช้แบบปกติก็
คงไม่ค่อยมีความจำเป็นที่ต้องมาใช้กัน แต่สำหรับกลุ่มผู้ใช้แบบขาโหดที่โอเอวร์คล๊อกกันแบระดับติดลบจนเย็นแบบสุดก็จำเป็นมาก


ไฟ LED เพื่อแสดงระดับไฟเลี้ยงของ CPU , Memory
และ PCH เพื่อให้ทราบว่าขณะนั้นไฟเลี้ยงนั้นอยู่ในระดับไหน
อีกเหตุผลที่ ASUS ใส่มาให ก็้คงช่วยเพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้น



SupremeFX X-FI ที่มีมากับบนเมนบอร์ดตระกูล ROG. มันก็คือซาวออนบอร์ดปกติแต่มีพวกคาปาซิเตอร์มาให้เยอะและใช้ของ
ที่ดีกว่าซาวออนบอร์ดปกติมั้ง แต่จุดสำคัญที่อยากจะบอกให้ทราบเอาไว้เลยก็คือว่า SupremeFX X-FI ถ้าพูดอธิบายกันง่ายๆเลย
มันก็คือ X-FI แบบ Software ที่ทาง Creative ได้ออกมาเพื่อให้ผู้ผลิตนั้นซื้อไปใส่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซาวการ์ดออนบอร์ด
ให้มีฟังก์ชั่นในการปรับแต่งรูปแบบเดียวกันกับ Creative X-FI แล้วยังสามารถรองรับ EAX 4.0 จากปกติที่ชิพเสียงทั่วๆไปที่นอก
เหนือจาก Creative นั้นรองรับกันแค่ EAX 2.0 เท่านั้น ผมคาดว่ามันคงเป็น EAX 4.0 แบบที่ต้องใช้ซีพียูเข้ามาประมวลผลครับ
ที่เขียนตรงนี้มาตั้งยาว ก็ไม่อยากให้ซาวโอเวอร์คล๊อกโซนหลงคิดไปซื้อการ์ด SupremeFX X-FI ที่มากับเมนบอร์ดตระกูล ROG
ที่มีวางขายกันอยู่หลายร้านพอสมควรในพันทิพย์ครับ เท่าที่ผมเคยใช้ SupremeFX X-FI เสียงที่ออกมามันก็ดีกว่าซาวออนบอร์ด
พอสมควรในระดับนึงทั้งด้านการฟังเพลงและเล่นเกมส์ ก็คงมาจากผลของ Software Creative X-FI แต่ยังไงก็สู้ X-FI แท้ไม่ได้



Audio Codec From VIA

GigaBit Lan By Realtek

IEEE 1394a From VIA

e-SATA & SATA_E1 By JMicron




Back Panal I/O Ports

- 1 x PS/2 keyboard
- 1 x Clear CMOS Switch
- 8 x USB 1.1/2.0 ports
- 1 x RJ45 LAN jack
- 1 x e-SATA
- 1 x IEEE 1394a
- 8 Channel Audio I/O With Gold-Plated Jack
- 1 x Optical S/PDIF Out

- 1 x ROG Connect Switch
On/Off
-
1 x USB 1.1/2.0 port For ROG Connect
- 1 x HDMI port



Conclusion !

                  วนนี้ก้ยังคงเป็นอีกวันนึงที่เป็นแค่การแนะนำและยั่วให้อยากได้แล้วจากไปกันเมนบอร์ดชิพเซ็ต Intel P55 อีกนึ่งรุ่นจากทาง
ASUS ในซีรี ROG. เป็นอีกวันนึงที่ผมเริ่มจะหมดมุขที่จะเขียนแล้วครับ ยังไงก็คงคอยติดตามชมกันแล้วแหละว่าเมนบอร์ด ASUS
MAXIMUS III GENE จะมีประสิทธิภาพออกมาเป็นเช่นไร แล้วฟังก์ชั่นต่างๆที่ทาง ASUS ตั้งใจใส่มาให้จะได้ใช้ประโยชน์กันได้
มากแค่ไหนด้วยสิ แล้วยิ่งฟังก์ชั่น ROG. Connect นั้นจะมีรูปแบบการใช้งานแบบไหนแล้วจะสามารถช่วยปรับแต่งและจูนความแรง
ของระบบได้ดีแค่ไหนกันก็คงเป็นอีกสิ่งที่หลายท่านนั้นอยากจะเห็น(รวมไปถึงผมด้วย) ยังไงก็คอยติดตามชมผลการทดสอบ ASUS
MAXIMUS III GENE ได้จากทางโอเวอร์คล๊อกโซนได้เลยในเร็วๆนี้ แต่ยังไงแล้วก็คงต้องเป็นหลังวันที่ 9 กันยายน 2009 ตามวันกำ
หนดการเปิดตัวของ Intel Socket LGA 1156 ครับ
                  สำหรับวันนี้ผมขอจบ เพียงเท่านี้ ถ้าขาด ตกบกพร่องในจุดใดก็ขออภัยด้วย วันนี้ก็ต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับ......... _/|\_


ASUS MAXIMUS III GENE
Spacial Thanks : ASUSTek Inc.



This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่