บริษัท ASUS ได้สร้างการ์ดจอ ROG Astral Real Gold Edition ขึ้นมาเป็นชิ้นพิเศษเพียงชิ้นเดียว (one-off) เพื่อจัดแสดงในงาน Bilibili World 2025 โดยดีไซน์ของมันถือเป็นการต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง ROG Astral Dhahab Edition
การ์ดรุ่น Dhahab Edition ก่อนหน้านี้เป็นการ์ดธีมทองคำ แต่ใช้ทองจริงเพียง 6.5 กรัม (ทองคำบริสุทธิ์ 999) สำหรับการชุบทองเท่านั้น
แต่รุ่นที่นำมาโชว์ในงาน Bilibili World นั้น ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เพราะใช้ทองคำจริงประมาณ 5 กิโลกรัม และมีน้ำหนักรวมของการ์ดประมาณ 7.2 กิโลกรัม ตั้งแต่ตอนเปิดตัว
ไม่ใช่แค่พร็อพโชว์งาน
เดิมทีหลายคนคิดว่าการ์ดจอนี้เป็นเพียงพร็อพสำหรับงานอีเวนต์ แต่ภายหลัง ASUS China ได้เผยขั้นตอนการผลิตทั้งหมดผ่าน Tony Yu และเปิดเผยว่า
-
การ์ดใบนี้ถูกสร้างขึ้นให้กับ นักสะสมส่วนตัว
-
ผู้สะสมเป็นคน จัดหาทองคำมาเอง
-
และเป็นผู้ ซื้อการ์ดที่ผลิตเสร็จแล้ว
นั่นหมายความว่าการ์ดใบนี้ ไม่ได้ถูกหลอมกลับหลังจบงาน แต่ยังคงอยู่ในมือของนักสะสม
มูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาล
ราคาทองคำเฉลี่ยในเดือน สิงหาคม 2025 อยู่ที่ประมาณ 3,363 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
แต่ในวันที่ 5 มีนาคม 2026 ราคาทองเพิ่มขึ้นเป็น 5,086 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ดังนั้นทองคำ 5 กิโลกรัม ที่ใช้ในตัวการ์ดจอจึงมีมูลค่าเพิ่มจากประมาณ
-
540,613 ดอลลาร์ → 817,648 ดอลลาร์
เพิ่มขึ้นประมาณ
-
277,035 ดอลลาร์ (≈ 51.2%) ภายใน 7 เดือน
คิดเป็นเงินบาท (ประมาณ)
หากใช้อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 ดอลลาร์ ≈ 36 บาท
-
มูลค่าเพิ่มขึ้น 277,035 ดอลลาร์ ≈ ประมาณ 9.97 ล้านบาท
-
มูลค่ารวมปัจจุบัน 817,648 ดอลลาร์ ≈ ประมาณ 29.4 ล้านบาท
RTX 5090 เองก็แพงขึ้น
ขณะเดียวกัน การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090 ก็มีราคาตลาดเพิ่มขึ้นเช่นกัน
-
ราคาเปิดตัว (MSRP) จาก NVIDIA อยู่ที่ 1,999 ดอลลาร์
-
แต่ในตลาดปัจจุบันบางรุ่นขายกัน เกือบสองเท่าของราคา MSRP
จึงเรียกได้ว่า ทั้งสองส่วนของการ์ดนี้เพิ่มมูลค่าพร้อมกัน
-
ทองคำภายในตัวการ์ด
-
และตัว GPU RTX 5090 เอง
Tony Yu ยังพูดติดตลกว่า แม้แต่หน่วยความจำบนการ์ดก็คงมีราคาเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับทองคำหลายกิโลกรัมแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
สุดท้ายคำถามที่หลายคนเริ่มพูดถึงคือ
ถึงเวลาหรือยังที่ “การ์ดจอ” จะกลายเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน?
ที่มา: VideoCardz



