ผลกระทบจาก ปัญหากำลังการผลิต DRAM ขาดแคลน ไม่ได้ทำให้แค่ราคาแรม DDR5 พุ่งสูงเท่านั้น แต่ตอนนี้แม้แต่ การ์ดจอ ก็เริ่มรับแรงกดดันไม่ไหวเช่นกัน การ์ดจอ GeForce RTX 5090 ในร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศจำนวนมากมีราคาปรับขึ้นเกือบ เท่าตัว
การ์ด RTX 5090 FE ซึ่งมีราคาแนะนำ (MSRP) ที่ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ บนเว็บไซต์ Newegg ถูกปรับราคาขึ้นไปถึง 3,695 ดอลลาร์ แล้ว ขณะที่การ์ดจากพาร์ตเนอร์ (AIC) รุ่นเรือธงบางรุ่นมีราคาสูงสุดแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ตามรายงาน การปรับราคาครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจาก การขาดแคลนชิปหน่วยความจำ GDDR7 อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้ง NVIDIA และพาร์ตเนอร์ผู้ผลิตการ์ดจอ (AIC) เริ่มปรับราคาขายขึ้น โดยในช่วงที่ข่าวต้นทางเผยแพร่ ราคา RTX 5090 FE บน Newegg ยังอยู่ที่ 3,499 ดอลลาร์ แต่เพียง วันถัดมา ก็ขยับขึ้นเป็น 3,695 ดอลลาร์
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน รุ่นเริ่มต้นหรือ “รุ่นประหยัด” ของ RTX 5090 ที่วางขายบน Amazon และ Newegg ยังมีราคาประมาณ 2,000 ดอลลาร์ แต่ในปัจจุบันรุ่นเหล่านั้น ขายหมดเกลี้ยง แล้ว ทำให้ RTX 5090 ที่ยังพอหาได้ในตลาดล้วนมีราคาสูงกว่า 3,000 ดอลลาร์ และเริ่มเข้าใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์
สำหรับรุ่นท็อประดับเรือธง เช่น ROG Astral, MSI Suprim และ AORUS Master ราคาบางรุ่นพุ่งเข้าใกล้ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างน่าตกใจ
สถานการณ์การขาดแคลน DRAM ในอุตสาหกรรมพีซียิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ใช้ที่วางแผนจะอัปเกรดพีซีในปี 2026 ต่อให้ไม่อยากเป็น “สายรอ” ก็อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรออยู่ดี
ขึ้นราคาไปเถอะ… ขึ้นให้สุดไปเลย เพราะต่อให้ไม่ขึ้น บางทีก็ ซื้อไม่ไหวอยู่ดี
ที่มา: HKEPC



