ท่ามกลางภาวะขาดแคลนชิปสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ราคา SSD NVMe ความจุสูง ได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยในบางรุ่น “ราคาต่อน้ำหนัก” แพงกว่า ทองคำ ไปแล้ว
NVMe (Non-Volatile Memory Express) คือโปรโตคอลการรับส่งข้อมูลที่ออกแบบมาสำหรับ SSD โดยเฉพาะ เปรียบเหมือน “ไฮเปอร์ลูปของข้อมูล” ที่เร็วกว่าอินเทอร์เฟซ SATA แบบเดิมมาก ช่วยลดเวลาโหลดเกมและการโอนไฟล์ได้อย่างชัดเจน
สื่อได้รวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างมากกว่า 100 รายการ จากร้านค้าหลักอย่าง Newegg และ Best Buy โดยตัดฮาร์ดดิสก์ระดับองค์กรที่มีราคาสูงมากออก และโฟกัสเฉพาะ SSD ผู้บริโภคทั่วไปแบบ PCIe 4.0/5.0 ความจุ 4TB ขึ้นไป ที่มีของในสต็อกและขายตรงจากร้านค้า
จากการคำนวณ
-
ราคาทองคำปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 148 ดอลลาร์ต่อกรัม
-
SSD M.2 หนึ่งตัวหนักราว 8 กรัม
-
มูลค่าทองคำที่น้ำหนักเท่ากันจะอยู่ที่ประมาณ 1,148 ดอลลาร์
แต่ข้อมูลตลาดชี้ว่า
SSD NVMe 8TB สำหรับผู้บริโภคทั่วไป มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 1,476 ดอลลาร์
นั่นหมายความว่า SSD 8TB ที่ทั้งแรงและจุเยอะ แพงกว่าทองคำที่มีน้ำหนักเท่ากัน อย่างชัดเจน
ส่วน SSD 4TB แม้จะยังไม่ทะลุระดับ “ราคาทองคำ” เต็มตัว แต่ก็เข้าใกล้จุดนั้นอย่างรวดเร็ว
ตลาด SSD 4TB ยังมีความแตกต่างด้านราคาอย่างชัดเจน
รุ่นที่ราคาต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเน้นความจุเป็นหลัก
แต่ถ้าผู้ใช้ต้องการทั้ง ประสิทธิภาพสูง + ความจุใหญ่ ก็ต้องจ่ายแพงกว่านั้นมาก
ด้านกลยุทธ์ราคาแบรนด์
รุ่นราคาสูงสุดส่วนใหญ่เป็นของ Western Digital (รวม SanDisk)
ขณะที่แบรนด์คู่แข่งมีสินค้าระดับท็อปค่อนข้างน้อย
ซึ่งอาจสะท้อนถึงความต้องการสูงมาก หรือไม่ก็ต้นทุนการจัดหาสต็อกใหม่ที่เพิ่มขึ้น
กราฟราคาจาก PCPartPicker ยังแสดงให้เห็นว่า
ราคา SSD 4TB พุ่งขึ้นแรงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
และช่วงราคาที่กว้างขึ้น (พื้นที่สีเทาในกราฟ) บ่งชี้ว่า
สต็อกล็อตราคาถูกกำลังหมดไปจากตลาดแล้ว
สรุปสั้น ๆ
ตอนนี้ SSD NVMe 8TB ไม่ได้แค่แรง…
แต่ยัง “แพงกว่าทองคำตามน้ำหนัก” ไปเรียบร้อยแล้ว
ที่มา: IT Home



