ปกติแล้วเรามักพูดถึงราคาการ์ดจอเป็นรายประเทศหรือรายภูมิภาค ซึ่งอาจไม่สะท้อนภาพรวมของตลาดโลกทั้งหมด
จึงพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการนำราคาการ์ดจอรุ่นปัจจุบัน 14 รุ่น มาเปรียบเทียบกันใน 10 ภูมิภาค โดยใช้ข้อมูลราคาช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 เทียบกับข้อมูลอัปเดตในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
ชุดข้อมูลนี้อ้างอิงจาก ราคาต่ำสุดที่ยังมีของขายจริง (in-stock) ในแต่ละประเทศ ณ เวลานั้น
ไม่ใช่ราคาเฉลี่ยทั้งตลาด และไม่ได้อิงร้านค้าเพียงแห่งเดียว
RTX 5090 และ RTX 5070 Ti นำทีมขึ้นราคาแรง
สถานการณ์ซัพพลายของการ์ด GeForce บางรุ่นเริ่มชัดเจนว่า “ตึงตัว” มากขึ้น
แม้ว่า NVIDIA จะปฏิเสธข่าวลดกำลังผลิต RTX 5070 Ti แต่แนวโน้มราคากลับสะท้อนว่าของเริ่มหายาก
-
RTX 5070 Ti ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 25% จากเดือนพฤศจิกายน
-
แต่ละตลาดขึ้นตั้งแต่ระดับ หลักสิบ% ไปจนเกือบ 40%
-
-
RTX 5080 ก็ขึ้นแรงเช่นกัน ทำให้ช่องว่างราคากับ 5070 Ti แคบลงในหลายภูมิภาค
-
เมื่อของล็อตถูกขายหมดและไม่มีของเติมสม่ำเสมอ สินค้าที่เหลืออยู่มักเป็นล็อตราคาสูง ทำให้ราคาเฉลี่ยขยับขึ้น
RTX 5090 คือรุ่นที่ขึ้นหนักที่สุด
ในการวิเคราะห์เดียวกัน รุ่นที่ราคาพุ่งแรงสุดคือ RTX 5090
-
ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 32% ระหว่าง พ.ย. → ก.พ.
-
บางประเทศขึ้นแรงมาก เช่น:
-
อินเดีย +54%
-
โปแลนด์ +50%
-
สหรัฐฯ +40%
-
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การ์ดรุ่นนี้เปิดตัวด้วยราคาสูงอยู่แล้ว จึงยิ่งทำให้ RTX 5090 กลายเป็น “ตัวหลุดกราฟ” ของตลาด
ฝั่ง AMD และ Intel ขึ้นน้อยกว่า แต่ก็หนีไม่พ้น
ผลลัพธ์ของฝั่ง AMD และ Intel ดูนิ่งกว่าก็จริง แต่ยังได้รับผลกระทบจากตลาดโดยรวม
-
Radeon RX 9070 Series ราคาเฉลี่ยเพิ่มประมาณ 7%
-
ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับตัวเลขหลักเดียว
-
-
การ์ด Intel Arc ขยับน้อยกว่า และบางประเทศ Arc B570 ยังถูกลงด้วยซ้ำ
ภาพรวม: GPU ทั้งตลาด “ขึ้นหมด”
แม้บางรุ่นจะขึ้นไม่มาก แต่เมื่อรวมทุกตลาด:
-
การ์ดจอทั้ง 14 รุ่นมีราคาสูงขึ้นเฉลี่ย ประมาณ 15% ภายใน ~3 เดือน
นั่นหมายความว่า แม้บางพื้นที่จะดูเหมือนราคาไม่เปลี่ยนมาก
Baseline ราคาการ์ดจอทั่วโลกตอนนี้สูงกว่าช่วงปลายปี 2025 อย่างชัดเจนแล้ว
ที่มา: VideoCardz



